Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Institution
-
- San Jose State University (12455)
- Western Kentucky University (6347)
- Wright State University (3561)
- Morehead State University (2683)
- University of Central Florida (2339)
-
- Parkland College (1361)
- Georgia College (728)
- University of Dayton (617)
- Winona State University (526)
- University of Texas at El Paso (473)
- Chulalongkorn University (468)
- Louisiana State University (368)
- University of Rhode Island (278)
- University of Northern Iowa (179)
- University of South Florida (170)
- University of Nebraska - Lincoln (114)
- American University in Cairo (99)
- California Polytechnic State University, San Luis Obispo (89)
- Washington University in St. Louis (87)
- Syracuse University (81)
- University of Nevada, Las Vegas (77)
- Marshall University (67)
- Portland State University (65)
- Nova Southeastern University (62)
- City University of New York (CUNY) (60)
- The University of Southern Mississippi (58)
- University of South Carolina (56)
- Chapman University (55)
- Old Dominion University (55)
- Liberty University (54)
- Keyword
-
- Spartan Daily (12401)
- Newspaper (12058)
- Western Kentucky University (6001)
- Student newspapers (3556)
- Student newspaper (3147)
-
- Wright State University (3041)
- Student life (2678)
- Future (2283)
- Central Florida Future (2281)
- African Americans (1928)
- Blacks (1898)
- Alumni (1889)
- Athletics (1832)
- Athletics (WKU) (1643)
- Faculty (1539)
- Events (1498)
- Staff (1389)
- Community college (1352)
- Fraternities & Sororities (1132)
- Student Government Association (WKU) (1069)
- Entertainment (796)
- News (736)
- Newspapers (559)
- Students (509)
- Student Organizations (492)
- University publications (492)
- Colonnade (481)
- Sports (465)
- University of texas at el paso (426)
- Opinion (405)
- Publication Year
- Publication
-
- Spartan Daily (School of Journalism and Mass Communications) (11410)
- WKU Administration Documents (5993)
- The Guardian Student Newspaper (2691)
- Central Florida Future (2281)
- Rowan County News Archive (1488)
-
- Colonnade (724)
- Basic Communication Course Annual (605)
- Morehead Independent Archive (497)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (468)
- The Prospector (428)
- Journal of Media Literacy Education (246)
- LSU Master's Theses (215)
- Winona Daily News (212)
- WSU Research News (200)
- Student Organizations (181)
- Waverly Phoenix (174)
- USF Tampa Graduate Theses and Dissertations (162)
- The Independent Archive (133)
- Winona Campus Life (133)
- State College Times, 1933 (127)
- Theses and Dissertations (121)
- Olive Hill Times Archive (120)
- AlumNews (109)
- State College Times, 1932 (109)
- Nexus Literary Journal (101)
- Morehead State Athletics Press Release Archives (96)
- Electronic Theses and Dissertations (91)
- Flemingsburg Democrat Archive (88)
- Spartan Daily, 2018 (87)
- Spartan Daily, 2021 (87)
- Publication Type
- File Type
Articles 1051 - 1080 of 35104
Full-Text Articles in Entire DC Network
การสื่อสารการสอนของครูสอนร้องเพลงเพื่อเสริมสร้างความภูมิใจในตนเองของผู้สูงอายุ, บงกชกร มนตรีวิวัฒน์
การสื่อสารการสอนของครูสอนร้องเพลงเพื่อเสริมสร้างความภูมิใจในตนเองของผู้สูงอายุ, บงกชกร มนตรีวิวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยเรื่อง “การสื่อสารการสอนของครูสอนร้องเพลงเพื่อเสริมสร้างความภูมิใจในตนเองของผู้สูงอายุ” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) คุณลักษณะของครูสอนเพลงและเนื้อหาในการสอนร้องเพลงเพื่อเสริมสร้างความภูมิใจในตนเองของผู้สูงอายุ และ 2) การสื่อสารการสอนร้องเพลงเพื่อเสริมสร้างความภูมิใจในตนเองของผู้สูงอายุ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ออกแบบเครื่องมือแบบสัมภาษณ์เชิงลึก (in-depth interview) โดยศึกษาข้อมูลเอกสาร บทความ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ทำการสัมภาษณ์ครูสอนร้องเพลงที่มีประสบการณ์การสอนร้องเพลงผู้เรียนหลากหลายช่วงวัยเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี และมาจากสถาบันที่แตกต่างกัน เพื่อออกแบบแผนการสอนและแบบคำถามสะท้อนความคิด (reflection) ตรวจสอบเครื่องมือวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีบำบัด การสอน และผู้สูงอายุ ปรับแก้ไขเครื่องมือวิจัย แล้วจึงทำการทดลองด้วยวิธี Transformative learning กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้สูงอายุในชมรมดนตรีในสวน หมู่บ้านปัฐวิกรณ์ ผัง ก เพศหญิงและชาย จำนวน 10 คน อายุระหว่าง 60-90 ปี โดยทำการสอนแบบตัวต่อตัว เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ และวัดผลด้วยการบันทึกข้อมูลสะท้อนความคิด (reflection) ของผู้เรียนที่มีต่อตัวเอง ต่อผู้สอน และต่อเนื้อหา ของตัวผู้สอนที่มีต่อการสอนของตนเอง ต่อผู้เรียน และต่อเนื้อหา และของผู้สังเกตการณ์ที่มีต่อการเรียนในภาพรวม ผลการศึกษาพบว่า ผู้สอนต้องมีคุณลักษณะของครูสอนร้องเพลงครบทั้ง 4 คุณลักษณะ ได้แก่ คุณลักษณะของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านดนตรีและการร้องเพลง คุณลักษณะของผู้ที่เข้าใจธรรมชาติและความต้องการของผู้สูงอายุ คุณลักษณะของผู้ที่มีทักษะการสื่อสารการสอนที่มีประสิทธิภาพ และคุณลักษณะของผู้ที่มีบุคลิกภาพการสื่อสารที่ดี มีการสอนเนื้อหาการสอนร้องเพลงครบทั้ง 2 เรื่อง ได้แก่ เรื่องการออกเสียง และ เรื่องการสื่อสารเพลงและการแสดง รวมถึงมีการสื่อสารการสอนในขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ครบทั้ง 3 ช่วง ได้แก่ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ต้องมีการสื่อสารเพื่อสร้างความผ่อนคลาย และการสื่อสารเพื่อกำหนดเป้าหมายหรือเหตุผลในการเรียน ขั้นจัดการเรียนรู้ ต้องมีการสื่อสารในการเลือกเพลง และต้องมีการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ร่วมกันและการสื่อสารเพื่อให้กำลังใจและ/หรือสร้างแรงจูงใจไปตลอดทั้งขั้นจัดการเรียนรู้และขั้นสรุป จึงจะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีความภูมิใจในตนเองเพิ่มขึ้นได้
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างแฟนกับศิลปินในอุตสาหกรรมวายของดูมันดิทีวี, ณวิริญฉ์ ธนโชติวรพงศ์
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างแฟนกับศิลปินในอุตสาหกรรมวายของดูมันดิทีวี, ณวิริญฉ์ ธนโชติวรพงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ ระหว่างบริษัทดูมันดิทีวีกับแฟนคลับ และแฟนคลับกับศิลปิน โดยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ จากข้อมูลข่าวสารที่สื่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ร่วมกับการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก แฟนคลับที่มีระดับความสัมพันธ์กับศิลปินสูง ของศิลปิน 3 คู่ 1 "ซี - นุนิว คู่ที่ 2 “เน็ต - เจมส์ และคู่ที่ 3 “ติวเตอร์ และ ยิม จำนวน 9 คน ผลการศึกษาพบ รูปแบบการสื่อสารที่ดูมันดิทีวีใช้ มี 3 รูปแบบ คือ 1) รูปแบบ Informative การสื่อสารเพื่อแจ้งข้อมูล ข่าวสาร 2) รูปแบบ Entertaining and Engagement การสื่อสารเพื่อสร้างกระแสนิยม 3) รูปแบบ Communication in Crisis and Conflict solution การสื่อสารเพื่อลดระดับความรุนแรงที่มีต่อภาพลักษณ์ของศิลปิน และบริษัทดูมันดิทีวี และปฏิสัมพันธ์ระหว่างแฟนคลับกับศิลปินของดูมันดิทีวี พบ 2 ลักษณะ คือ ปฏิสัมพันธ์เชิงบวก การสื่อสารเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแฟนคลับกับศิลปินในโอกาสต่าง ๆ และ ปฏิสัมพันธ์เชิงลบ การสื่อสารเพื่อต่อรองหรือเจรจา คลี่คลายปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างแฟนคลับกับศิลปินโดยผ่านดูมันดิทีวี
การนำเสนอกระบวนการสร้างศิลปิน T-Pop ของรายการ 789 Survival, คฑายุทธ์ แสงใส
การนำเสนอกระบวนการสร้างศิลปิน T-Pop ของรายการ 789 Survival, คฑายุทธ์ แสงใส
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อวิเคราะห์การสร้างศิลปินและการนำเสนอกระบวนการสร้างศิลปิน T-POP ที่ปรากฏในรายการ 789 SURVIVAL เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการวิเคราะห์ตัวบท (Textual Analysis) จากช่อง YouTube ของรายการ โดยวิเคราะห์จากวิดีโอรายการจำนวน 12 Episode และวิเคราะห์บทความหรือบทสัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้อง ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการคัดเลือกศิลปินก่อนเป็น 24 คนสุดท้าย แบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การคัดเลือกจากเทรนนีในสังกัด และการคัดเลือกจากบุคคลภายนอก สำหรับการคัดเลือกศิลปินระหว่างถ่ายทำรายการ เป็นการคัดเลือกแบบกลุ่ม นอกจากนี้ กระบวนการฝึกฝนศิลปินจะเน้นที่การฝึกฝนโดยผู้เชี่ยวชาญ และการฝึกฝนโดยเทรนนี เพื่อเรียนรู้คุณลักษณะสำคัญที่ศิลปินควรมี ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาพรสวรรค์ตัวเอง การฝึกฝนตลอดเวลา การมีความสุขกับสิ่งที่ทำ การมีวินัย และการจัดการความรู้สึก สำหรับการสร้างอัตลักษณ์ตัวตนนั้น จะพบว่าทางรายการมีการสร้างอัตลักษณ์ตัวตนเทรนนีผ่านการให้สัมภาษณ์ และการสร้างความรักใคร่กลมเกลียวกัน อีกทั้งการสร้างอัตลักษณ์ของรายการจะเน้นที่ความโปร่งใสในการตัดสิน การมีส่วนร่วมของผู้ชม และความเป็นครอบครัวของ T-POP
ภาพยนตร์แอนิเมชันของกรีนพีซ ที่สร้างการรับรู้และจัดการประเด็นปัญหาการฟอกเขียว, ภาณุรัตน อำนวยพล
ภาพยนตร์แอนิเมชันของกรีนพีซ ที่สร้างการรับรู้และจัดการประเด็นปัญหาการฟอกเขียว, ภาณุรัตน อำนวยพล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อศึกษาภาพยนตร์แอนิเมชันของกรีนพีซในการสร้างการรับรู้และจัดการประเด็นปัญหาการฟอกเขียว 2) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะที่มีต่อการใช้ภาพยนตร์แอนิเมชันในการสร้างการรับรู้และจัดการประเด็นปัญหาการฟอกเขียว งานวิจัยนี้ใช้วิธีทั้งการวิเคราะห์ตัวบทในภาพยนตร์แอนิเมชัน ทั้งหมด 12 คลิปวิดีโอ และการสัมภาษณ์เชิงลึก ซึ่งสัมภาษณ์กับบุคลากรในมูลนิธิด้านสิ่งแวดล้อม นักวิชาการ และนักข่าวด้านสิ่งแวดล้อม ผลการวิจัยพบว่า ภาพยนตร์แอนิเมชันนำเสนอ 2 รูปแบบหลัก คือ ภาพยนตร์สั้นและภาพกราฟิกเคลื่อนไหว โดยต่างนำเสนอเนื้อหา 2 ส่วนคือ 1) การเล่าปัญหาการฟอกเขียวของบริษัท ซึ่งผู้รับชมสามารถตระหนักรู้ถึงที่มา ลักษณะ และผลของปัญหาอันนำไปสู่การตั้งคำถามต่อการจัดการสิ่งแวดล้อม 2) เชิญชวนผู้รับชมให้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการฟอกเขียว ด้วยการลงนามหรือแชร์คลิปวิดีโอ ทั้งนี้ประเด็นการฟอกเขียวได้ถูกถ่ายทอดอย่างชัดเจนผ่านองค์ประกอบต่างๆ ในภาพยนตร์แอนิเมชันของกรีนพีซ โดยเทคนิคแอนิเมชันช่วยให้การถ่ายทอดดังกล่าวเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ ภาพยนตร์แอนิเมชันของกรีนพีซยังมีแนวคิดสื่อเชิงเสนอแนะอีกด้วย
กระบวนการคัดสรร การออกแบบเรื่องเล่า และการนำเสนอของคิวเรเตอร์บนเวที Tedxbangkok, นิติพนธ์ ศิริพรอมาตย์
กระบวนการคัดสรร การออกแบบเรื่องเล่า และการนำเสนอของคิวเรเตอร์บนเวที Tedxbangkok, นิติพนธ์ ศิริพรอมาตย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงคุณภาพนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการคัดสรร การออกแบบเรื่องเล่า และการออกแบบการนําเสนอของคิวเรเตอร์บนเวที TEDxBangkok โดยมีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผ่านการศึกษาวีดีโอ บทพูด เอกสาร และงานวิจัย เพื่อสร้างเครื่องมือในการสนทนากลุ่ม (Focus Group) เพื่อให้ได้ข้อมูลในมิติของการทำงานร่วมกันในแบบทีม จากนั้นสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) รายบุคคลกับคิวเรเตอร์ 3 ท่านเดิม เพื่อให้ทราบถึงกระบวนการของคิวเรเตอร์ในการทำงานแบบปัจเจก จากนั้นสัมภาษณ์ผู้พูดที่มีประสบการณ์ร่วมงานกับคิวเรเตอร์ดังกล่าวที่ได้รับเลือกให้พูดบนเวที TEDxBangkok และเป็นผู้พูดที่มียอดการเช้าชมสูงสุดจากเวปไซต์ YouTube จำนวน 10 ท่าน เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคำตอบ (Cross-check for Reliability) โดยกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดได้มาจากการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ผลการวิจัยสามารถสรุปได้ 3 ประเด็นดังนี้ ประเด็นที่ 1 กระบวนการคัดสรรของคิวเรเตอร์ มีกระบวนการ ดังนี้ 1) การกำหนดแนวคิดหลัก 2) การคัดเลือกผู้พูด และ 3) การคัดสรรเรื่องราว การคัดสรรรเรื่องราวมีขั้นตอน ดังนี้ 1) การสัมภาษณ์และการณ์สังเกตทำความเข้าใจและตั้งคำถามกับผู้พูด 2) การระบุปัญหาทางสังคมถึงประเด็นที่ผู้พูดต้องการนำเสนอและผู้พูดสนใจเป็นพิเศษ 3) การระดมสมองและประชุมหารือเพื่อคัดหรือรวบรวมไอเดียที่น่าสนใจจากตัวผู้พูด 4) การสร้างบทพูดสำหรับการฝึกซ้อมและการทดลองพูดเพื่อหาจุดที่ชอบและหาจุดที่ต้องปรับเปลี่ยน 5) การฝึกซ้อมและการทดลองพูดเพื่อประเมินและพัฒนาโครงเรื่อง และ 6) การหาข้อสรุปและออกแบบการนำเสนอบนเวที และทุกขั้นตอนสามารถย้อนกลับไปมาได้ ประเด็นที่ 2 กระบวนการออกแบบเรื่องเล่าของคิวเรเตอร์บนเวที TEDxBangkok มี 3 ลักษณะ ดังนี้ 1) การออกแบบเรื่องเล่าโดยคิวเรเตอร์ใช้ลักษณะเฉพาะตัวของ คิวเรเตอร์แต่ละคน 2) การออกแบบเรื่องเล่าโดยให้ผู้พูดออกแบบเอง และ 3) การออกแบบเรื่องเล่าโดยปรับจากบทพูดของผู้พูด โดยพบว่าแบบที่ 3 นิยมใช้มากที่สุดและโครงเรื่องจะซับซ้อนและมีโครงสร้างเรื่องมากกว่าหนึ่งโครงสร้าง และประเด็นที่ 3 กระบวนการออกแบบการนำเสนอคิวเรเตอร์ TEDxBangkok พบว่ามี 6 ส่วน ดังนี้ 1) การเปิดการพูด 2) การปิดการพูด 3) …
ปัจจัยพยากรณ์ความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคต่อสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่รีวิวโดยเพ็ทอินฟลูเอนเซอร์ในรูปแบบวิดีโอสั้น, ณัชชา จันทวิมล
ปัจจัยพยากรณ์ความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคต่อสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่รีวิวโดยเพ็ทอินฟลูเอนเซอร์ในรูปแบบวิดีโอสั้น, ณัชชา จันทวิมล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสม (Mixed Methods Research) โดยเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Research) แบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) โดยการเก็บข้อมูลจากวิดีโอสั้นการรีวิวสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของเพ็ทอินฟลูเอนเซอร์ระยะเวลา 3 เดือนย้อนหลัง ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2567 ถึง เดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 ประกอบด้วยช่องชิเอลแมวมึน, ไข่ขาวลูกแมร๊, Japan จอมโหด and friends และ Gluta story จำนวน 110 คลิป และ การวิจัยเชิงสำรวจ โดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล โดยศึกษากลุ่มผู้บริโภคที่เลี้ยงสุนัขหรือแมวอย่างน้อย 1 ตัว ทุกเพศ ช่วงอายุตั้งแต่ 18-34 ปี มีการติดตามและรับชมคลิปวิดีโอสั้นการรีวิวสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของเพ็ทอินฟลูเอนเซอร์ในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 400 ชุด ผลการวิจัยด้านการวิเคราะห์เนื้อหา พบว่า ปัจจัยด้านคุณลักษณะของเพ็ทอินฟลูเอนเซอร์ที่ปรากฏมากที่สุด คือ ด้านความสอดคล้องของเนื้อหา เป็นการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเท่านั้น ส่วนปัจจัยด้านเนื้อหาการรีวิวสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่ปรากฏมากที่สุด คือ ด้านการเล่าเรื่อง ด้านความรัก (Love objects) และ ปัจจัยด้านรูปแบบของวิดีโอสั้นที่ปรากฏมากที่สุด คือ มีการนำเสนอผ่านช่องทาง TikTok มากที่สุด โดยมีระยะเวลาเฉลี่ย 1 – 3 นาที มีการนำเสนอภาพผ่านมุมมองเจ้าของสัตว์เลี้ยง และ ใช้เสียงบรรยายภาพ นอกจากนี้ผลการวิจัยเชิงสำรวจ พบว่า มีเพียงปัจจัยด้านรูปแบบของวิดีโอสั้นที่สามารถพยากรณ์ความตั้งใจซื้อสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของผู้บริโภคได้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
อิทธิพลของแรงจูงใจในการแสดงจุดยืนสนับสนุนประเด็นทางสังคมขององค์กรต่อพฤติกรรมสนับสนุนองค์กรในเจเนอเรชันซี, ณัฐวลัย ภาคภากร
อิทธิพลของแรงจูงใจในการแสดงจุดยืนสนับสนุนประเด็นทางสังคมขององค์กรต่อพฤติกรรมสนับสนุนองค์กรในเจเนอเรชันซี, ณัฐวลัย ภาคภากร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของการรับรู้แรงจูงใจในการแสดงจุดยืนสนับสนุนประเด็นทางสังคมขององค์กรต่อการรับรู้ความแท้จริงขององค์กรและพฤติกรรมสนับสนุนองค์กรในกลุ่มเจเนอเรชันซี ด้วยการวิจัยเชิงปริมาณ ในรูปแบบการวิจัยเชิงสำรวจและใช้แบบสอบถามออนไลน์เก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างเจเนอเรชันซี อายุ 18-29 ปี ในประเทศไทย จำนวน 415 คน ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้แรงจูงใจในการแสดงจุดยืนสนับสนุนประเด็นทางสังคมขององค์กรมีอิทธิพลเชิงบวกต่อการรับรู้ความแท้จริงขององค์กร การรับรู้แรงจูงใจในการแสดงจุดยืนสนับสนุนประเด็นทางสังคมขององค์กรมีอิทธิพลเชิงบวกต่อพฤติกรรมสนับสนุนองค์กร รวมทั้งการรับรู้ความแท้จริงขององค์กรมีอิทธิพลเชิงบวกต่อพฤติกรรมสนับสนุนองค์กร โดยรายละเอียดพบว่า การอนุมานแรงจูงใจว่าองค์กรแสดงจุดยืนสนับสนุนประเด็นทางสังคมมาจากการยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก มีอิทธิพลต่อความแท้จริงขององค์กรและมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสนับสนุนองค์กรมากที่สุด อนึ่ง งานวิจัยนี้ประยุกต์ใช้แนวคิดบรรษัทบริบาลเป็นหลัก เพื่อทำความเข้าใจปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยองค์ความรู้ทางด้านการประชาสัมพันธ์
การสื่อสารประเด็นสังคมร่วมสมัยของละครไม่มีบทพูดในเทศกาลละครกรุงเทพ, ปณิชา เดชโรจนัย
การสื่อสารประเด็นสังคมร่วมสมัยของละครไม่มีบทพูดในเทศกาลละครกรุงเทพ, ปณิชา เดชโรจนัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์เรื่อง การสื่อสารประเด็นสังคมร่วมสมัยของละครไม่มีบทพูดในเทศกาลละครกรุงเทพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประเด็นทางสังคมร่วมสมัยของละครไม่มีบทพูดที่ปรากฎในเทศกาลละครกรุงเทพ และศึกษาวิธีการเล่าเรื่องและวิธีการสื่อสารถึงคุณลักษณะทางการแสดงของละครไม่มีบทพูดที่มีการสื่อสารประเด็นทางสังคมในเทศกาลละครกรุงเทพ โดยทำการคัดเลือกละครไม่มีบทพูดที่มีการสื่อสารประเด็นทางสังคมในเทศกาลละครกรุงเทพปีพ.ศ. 2566 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) จำนวน 10 เรื่อง ประกอบด้วย ละครใบ้ ฟิสิคัลเธียเตอร์ การเต้นร่วมสมัย และการแสดงแสง เสียง และเงา ผลการวิจัยพบว่า วิธีการสื่อสารประเด็นสังคมของละครไม่มีบทพูดในเทศกาลละครกรุงเทพ สามารถบอกเล่าเรื่องราวผ่านประเด็นสังคมได้เช่นเดียวกันกับละครที่มีบทพูด แต่มีวิธีการสื่อสารการแสดงที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละรูปแบบการแสดง ซึ่งการตีความอาจขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละบุคคล นับว่าเป็นจุดเด่นของละครไม่มีบทพูดที่ต้องการเปิดกว้างทางความคิดให้ผู้ชมสามารถจินตนาการและตีความเรื่องราวได้หลากหลายทิศทางอย่างไม่มีถูกหรือผิด ประเด็นสังคมที่ถูกเล่าผ่านละครไม่มีบทพูด ได้แก่ สิ่งแวดล้อม ครอบครัว ความเชื่อและความศรัทธาทางศาสนา การใช้ชีวิตและความไม่เท่าเทียมในสังคม และเศรษฐกิจ การเมือง ในขณะเดียวกันละครไม่มีบทพูดไม่ใช้วิธีการจัดวางโครงเรื่องเช่นเดียวกันกับละครที่มีบทพูด แต่ใช้วิธีการกำหนดแนวคิดหลักของเรื่องผ่านกระบวนการค้นหา การทดลอง และการสร้างงาน อีกทั้งยังนิยมสร้างสัญลักษณ์ในการแสดงเพื่อเป็นส่วนช่วยขยายเรื่องราว โดยมีคุณลักษณะเด่นในการสื่อสารประเด็นทางสังคมแตกต่างกันออกไปในแต่ละรูปแบบการแสดง ได้แก่ วิธีการสื่อสารผ่านท่วงท่าการเคลื่อนไหว การเลือกใช้อุปกรณ์ประกอบการแสดง การออกแบบเสียงประกอบการแสดง รวมถึงการจัดวางพื้นที่ให้สอดคล้องกับการแสดง
อิทธิพลของความต้องการของผู้บริโภคและภาพลักษณ์ตราสินค้าศิลปินนักร้องต่อการตอบสนองและความภักดีของผู้บริโภค, ธัญญรัตน์ จันทร์คำ
อิทธิพลของความต้องการของผู้บริโภคและภาพลักษณ์ตราสินค้าศิลปินนักร้องต่อการตอบสนองและความภักดีของผู้บริโภค, ธัญญรัตน์ จันทร์คำ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ความต้องการของผู้บริโภค ภาพลักษณ์ตราสินค้าศิลปินนักร้อง การตอบสนองของผู้บริโภค (ได้แก่ ความผูกพัน ความพึงพอใจ ความไว้วางใจ ความมุ่งมั่น และความตั้งใจซื้อ) และความภักดีต่อตราสินค้าศิลปินนักร้องของผู้บริโภค 2) อิทธิพลของความต้องการของผู้บริโภคและภาพลักษณ์ตราสินค้าศิลปินนักร้อง ต่อการตอบสนองของผู้บริโภค และ 3) อิทธิพลของการตอบสนองของผู้บริโภค ต่อความภักดีต่อตราสินค้าศิลปินนักร้องของผู้บริโภค โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้วิธีวิจัยเชิงสํารวจ มีแบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จากกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุระหว่าง 18 - 34 ปี จำนวน 435 คน ที่ติดตามศิลปิน ATLAS หรือศิลปิน PROXIE บนช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของศิลปิน ผลการวิจัยพบว่า ความต้องการของผู้บริโภค ในมิติบรรทัดฐานของเพื่อน มีอิทธิพลต่อการตอบสนองของผู้บริโภคมากที่สุด และภาพลักษณ์ตราสินค้าศิลปินนักร้อง ในมิติการออกแบบ และความสามารถรอบด้าน มีอิทธิพลต่อการตอบสนองของผู้บริโภคมากที่สุด นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังพบว่า การตอบสนองของผู้บริโภค ในด้านความผูกพัน และความตั้งใจซื้อ มีอิทธิพลต่อความภักดีต่อตราสินค้าศิลปินนักร้องของผู้บริโภค
อิทธิพลของความเกี่ยวพันต่อประเด็น และคุณค่าตราสินค้า ต่อพฤติกรรมผู้บริโภคต่อการเคลื่อนไหวของตราสินค้า ในประเด็นความงามที่หลากหลาย, ภัณฑิรา เพชรคอน
อิทธิพลของความเกี่ยวพันต่อประเด็น และคุณค่าตราสินค้า ต่อพฤติกรรมผู้บริโภคต่อการเคลื่อนไหวของตราสินค้า ในประเด็นความงามที่หลากหลาย, ภัณฑิรา เพชรคอน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงสํารวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ความเกี่ยวพันต่อประเด็น (ได้แก่ ความเกี่ยวพันด้านความคิด และความเกี่ยวพันด้านความรู้สึก) คุณค่าตราสินค้า (ได้แก่ ความตระหนักรู้ในตราสินค้า ภาพลักษณ์ตราสินค้า ความน่าเชื่อถือของตราสินค้า ความรู้สึกต่อตราสินค้า และความเป็นชุมชนของตราสินค้า) ความผูกพันต่อตราสินค้า (ได้แก่ ความผูกพันทางความคิด ความผูกพันทางความรู้สึก และความผูกพันทางพฤติกรรม) ทัศนคติต่อการเคลื่อนไหวของตราสินค้า และพฤติกรรมของผู้บริโภคของตราสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวในประเด็นความงามที่หลากหลาย (ได้แก่ ความตั้งใจซื้อสินค้า และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์) 2) อิทธิพลของความเกี่ยวพันต่อประเด็น คุณค่าตราสินค้า และความผูกพันต่อตราสินค้า ที่มีต่อทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคของตราสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวในประเด็นความงามที่หลากหลาย และ 3) อิทธิพลของทัศนคติของผู้บริโภคต่อการเคลื่อนไหวของตราสินค้า ที่มีต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคต่อตราสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวในประเด็นความงามที่หลากหลาย โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถาม เก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จากกลุ่มผู้บริโภคเพศหญิง อายุระหว่าง 18 – 43 ปี ที่รู้จักตราสินค้า Mistine ตราสินค้า Wacoal หรือตราสินค้า Dove อย่างน้อยหนึ่งตราสินค้า และเคยรับรู้เกี่ยวกับประเด็นความงามที่หลากหลายมาก่อน จำนวน 515 คน ผลการวิจัยพบว่า ความเกี่ยวพันต่อประเด็น คุณค่าตราสินค้า และความผูกพันกับตราสินค้า มีอิทธิพลต่อทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคของตราสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวในประเด็นความงามที่หลากหลาย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ .05 โดยความน่าเชื่อถือของตราสินค้าและความผูกพันทางความรู้สึก มีอิทธิพลต่อทัศนคติของผู้บริโภคต่อการเคลื่อนไหวของตราสินค้า ความตั้งใจซื้อสินค้า และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ .05 นอกจากนี้ ทัศนคติของผู้บริโภคต่อการเคลื่อนไหวของตราสินค้า มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อสินค้า และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ .05 โดยมีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อสินค้ามากกว่าการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
อิทธิพลของบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ต่อคุณค่าตราสินค้าและความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคที่มีต่อศิลปินบอยแบนด์ทีป๊อป วงพร็อกซี, วรดนู มังกรพิศม์
อิทธิพลของบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ต่อคุณค่าตราสินค้าและความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคที่มีต่อศิลปินบอยแบนด์ทีป๊อป วงพร็อกซี, วรดนู มังกรพิศม์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายความแตกต่างของลักษณะทางประชากรกับการประเมินการตลาดเชิงเนื้อหาแต่ละประเภท คุณค่าตราสินค้า และความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคที่มีต่อศิลปินกลุ่มชายไทยวงพร็อกซี และเพื่อศึกษาอิทธิพลของการตลาดเชิงเนื้อหาที่เผยแพร่ผ่านบัญชีสื่อสังคมออนไลน์แพลตฟอร์มติ๊กต็อกและเอ็กซ์ ที่มีต่อการประเมินคุณค่าตราสินค้า รวมถึงอิทธิพลของการตลาดเชิงเนื้อหาและคุณค่าตราสินค้า ต่อความตั้งใจซื้อของผู้บริโภค โดยทำการศึกษากับผู้บริโภคกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุระหว่าง 18 - 34 ปี ทุกเพศสภาพ ที่ได้รับชมเนื้อหาการสื่อสารการตลาดที่เกี่ยวกับศิลปินวงพร็อกซีบนแพลตฟอร์ม ติ๊กต็อกและเอ็กซ์ ทั้งเนื้อหาที่สร้างจากตราสินค้าและสร้างจากแฟนคลับ ภายในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 400 คน ด้วยการวิจัยเชิงสำรวจและแบบสอบถามออนไลน์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ในช่วงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2567 ผลการทดสอบสมมติฐานด้านลักษณะทางประชากรของผู้บริโภคกลุ่มตัวอย่าง พบว่า 1) อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่แตกต่างกัน มีการประเมินการตลาดเชิงเนื้อหาต่างกัน 2) อายุ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่แตกต่างกัน มีการประเมินคุณค่าตราสินค้าต่างกัน และ 3) อายุ อาชีพ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่แตกต่างกัน มีระดับความตั้งใจซื้อต่างกัน นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังพบว่า เนื้อหาการสื่อสารการตลาดที่สร้างจากตราสินค้าและสร้างจากแฟนคลับ มีอิทธิพลต่อการประเมินคุณค่าตราสินค้าบนแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน ทั้งในภาพรวมของคุณค่าตราสินค้าและมิติองค์ประกอบ กล่าวคือ เนื้อหาที่สร้างจากตราสินค้าบนติ๊กต็อกมีอิทธิพลต่อคุณค่าตราสินค้าทั้งในภาพรวม และ 5 มิติองค์ประกอบ ได้แก่ 1) การรับรู้ตราสินค้า 2) ความเชื่อมโยงกับตราสินค้า 3) การรับรู้คุณภาพ 4) ความภักดีต่อตราสินค้า และ 5) สินทรัพย์อื่น ๆ ของตราสินค้า แต่สำหรับเนื้อหาที่สร้างจากแฟนคลับบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ที่จะมีอิทธิพลต่อคุณค่าตราสินค้า โดยมีอิทธิพลต่อคุณค่าในภาพรวมและองค์ประกอบอีก 4 มิติ ยกเว้นมิติของการรับรู้ตราสินค้า และท้ายที่สุด คุณค่าตราสินค้าของศิลปินมีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อของผู้บริโภค
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยภายหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปปี พ.ศ. 2566, วิธาวินท์ ทาเอื้อ
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยภายหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปปี พ.ศ. 2566, วิธาวินท์ ทาเอื้อ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงปริมาณนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางประชากร การเปิดรับสื่อเกี่ยวกับการเมือง ทัศนคติที่มีต่อพรรคเพื่อไทย การมีส่วนร่วมทางการเมือง และอิทธิพลที่มีต่อภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทย โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีหรือเกิดตั้งแต่ปีพ.ศ. 2548 และมีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 5 ปีกับมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานครมาแล้วไม่น้อยกว่า 90 วัน จากผลการวิจัย พบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างเปิดรับสื่อเกี่ยวกับการเมืองโดยรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง 2) กลุ่มตัวอย่างมีทัศนคติต่อพรรคเพื่อไทยโดยรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง 3) กลุ่มตัวอย่างมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยรวมอยู่ในระดับ น้อย 4) กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยโดยรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง และจากผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า 1) ลักษณะทางประชากรต่างกัน การเปิดรับสื่อเกี่ยวกับการเมืองไม่ต่างกัน 2) ลักษณะทางประชากรต่างกัน ทัศนคติที่มีต่อพรรคเพื่อไทยต่างกัน 3) ลักษณะทางประชากรต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองต่างกัน 4) ลักษณะทางประชากรต่างกันการรับรู้ภาพลักษณ์พรรคเพื่อไทยต่างกัน 5) การเปิดรับสื่อเกี่ยวกับการเมือง ทัศนคติที่มีต่อพรรคเพื่อไทย และการมีส่วนร่วมทางการเมือง มีอิทธิพลต่อการรับรู้ภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทย
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลจากผู้มีอิทธิพลทางความคิดในติ๊กต็อกและอิทธิพลของความน่าเชื่อถือของข้อมูลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค, ชมภัช ชาญเที่ยงธรรม
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลจากผู้มีอิทธิพลทางความคิดในติ๊กต็อกและอิทธิพลของความน่าเชื่อถือของข้อมูลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค, ชมภัช ชาญเที่ยงธรรม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงสำรวจผ่านช่องทางออนไลน์ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจคุณภาพของข้อโต้แย้ง ความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร ผลของความนิยม การสนับสนุนทางสังคม ภาพลักษณ์ตราสินค้า ความคุ้นเคยต่อตราสินค้า ความน่าเชื่อถือของข้อมูล ทัศนคติต่อตราสินค้า การสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความตั้งใจซื้อของผู้บริโภค 2) วิเคราะห์อิทธิพลของคุณภาพของข้อโต้แย้ง ความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร ผลของความนิยม การสนับสนุนทางสังคม ภาพลักษณ์ตราสินค้า และความคุ้นเคยต่อตราสินค้า ที่มีต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูล 3) วิเคราะห์อิทธิพลของความน่าเชื่อถือของข้อมูลต่อทัศนคติต่อตราสินค้า และ 4) วิเคราะห์อิทธิพลของทัศนคติต่อตราสินค้าที่มีต่อการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความตั้งใจซื้อ โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 435 คนที่มีช่วงอายุระหว่าง 18-43 ปี มีบัญชีผู้ใช้งานติ๊กต็อก และต้องเคยชมวิดีโอรีวิวสินค้าความงามของผู้มีอิทธิพลทางความคิดใน ติ๊กต็อก อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งในช่วงเดือน 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้คุณภาพของข้อโต้แย้ง ความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร โดยเฉพาะมิติด้านความน่าดึงดูดใจ การสนับสนุนทางสังคม ภาพลักษณ์ตราสินค้า ความน่าเชื่อถือของข้อมูล ทัศนคติต่อตราสินค้า การสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความตั้งใจซื้อ ในระดับสูง มีการรับรู้ผลของความนิยมในระดับกลางค่อนไปทางสูง และมีความคุ้นเคยต่อตราสินค้าในระดับกลาง นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า คุณภาพของข้อโต้แย้ง ความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร การสนับสนุนทางสังคม มีอิทธิพลต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่ ความน่าเชื่อถือของข้อมูลมีอิทธิพลต่อทัศนคติต่อตราสินค้า และทัศนคติต่อตราสินค้าเองก็มีอิทธิพลต่อการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความตั้งใจซื้อ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
การตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพ และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้ออาหารที่เน้นพืชเป็นหลักของผู้บริโภคเจเนอเรชันเอกซ์, อนัญลักษณ์ เชาวลา
การตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพ และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้ออาหารที่เน้นพืชเป็นหลักของผู้บริโภคเจเนอเรชันเอกซ์, อนัญลักษณ์ เชาวลา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสำรวจการตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ปัจจัยพยากรณ์พฤติกรรมตามทฤษฎีพฤติกรรมตามแบบแผน (Theory of Planned Behavior) 3 ด้าน (ได้แก่ 1. ทัศนคติต่อพฤติกรรม 2. บรรทัดฐานส่วนบุคคล 3. การรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม) ความตระหนักในสิ่งแวดล้อม คุณค่าด้านความรู้สึก การสื่อสารการตลาด ความตั้งใจซื้อ และเพื่อศึกษาอิทธิพลของ การตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ปัจจัยพยากรณ์พฤติกรรม ความตระหนักในสิ่งแวดล้อม คุณค่าด้านความรู้สึก การสื่อสารการตลาด ที่มีต่อความตั้งใจซื้ออาหารที่เน้นพืชเป็นหลักของผู้บริโภคเจเนอเรชันเอกซ์ ที่มีอายุ 44-59 ปี จำนวน 400 คน ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ ผลการวิจัยพบว่า ผู้บริโภคมีระดับความเห็นต่อตัวแปร คิดเป็นค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ดังนี้ ความตระหนักในสิ่งแวดล้อม การตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ทัศนคติต่อพฤติกรรม ความตั้งใจซื้อ คุณค่าด้านความรู้สึก การรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม บรรทัดฐานส่วนบุคคล และการสื่อสารการตลาด โดยตัวแปรต้นที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้ออาหารที่เน้นพืชเป็นหลักมี 5 ตัวแปร ได้แก่ คุณค่าด้านความรู้สึก ทัศนคติต่อพฤติกรรม การรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม การสื่อสารการตลาด และบรรทัดฐานส่วนบุคคล โดยตัวแปรที่ไม่มีอิทธิพล ได้แก่ การตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพ และความตระหนักในสิ่งแวดล้อม จากผลการวิจัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสื่อสารการตลาดโดยใช้เนื้อหาคุณค่าด้านความรู้สึกเป็นหลัก ซึ่งอาจมีผลต่อความตั้งใจซื้ออาหารที่เน้นพืชเป็นหลักของผู้บริโภคได้
การเปิดรับสื่อ ทัศนคติ และความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคต่อตราสินค้าแฟชั่นหรูหราที่มีศิลปินไทยเป็นทูตตราสินค้า, สุมนัส สุชาติ
การเปิดรับสื่อ ทัศนคติ และความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคต่อตราสินค้าแฟชั่นหรูหราที่มีศิลปินไทยเป็นทูตตราสินค้า, สุมนัส สุชาติ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ในรูปแบบเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยมีการเก็บข้อมูลใน 2 รูปแบบ ได้แก่ การสัมภาษณ์แบบสนทนากลุ่ม (Focus Group Interview) ซึ่งเก็บข้อมูลจาก 2 กลุ่ม ประกอบด้วยผู้บริโภคสินค้าแฟชั่นหรูหราระยะยาว 5 ปี และระยะสั้น 1-2 ปี รวมจำนวน 10 คน ในส่วนของการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล โดยศึกษากลุ่มผู้บริโภคที่ไม่ใช่แฟนคลับศิลปินไทยและใช้สินค้าแฟชั่นหรูหรา ทุกเพศ ช่วงอายุตั้งแต่ 20-50 ปี จำนวน 400 ชุด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่าผู้บริโภคแฟชั่นหรูหรากลุ่มระยะยาวและผู้บริโภคแฟชั่นหรูหรากลุ่มระยะสั้นมีการเปิดรับสื่อ ทัศนคติ และความตั้งใจซื้อไม่แตกต่างกันมากนัก มีการเปิดรับสื่อบนช่องทางโซเชียลมีเดียน้อยมากถึงไม่เปิดรับสื่อ ด้านทัศนคติเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งเชิงบวกและเชิงลบต่อความเชี่ยวชาญของศิลปินไทย และมีความคิดเห็นตรงกันว่าทูตตราสินค้าไม่มีผลต่อความตั้งใจซื้อ ผลการวิจัยเชิงปริมาณ พบว่าลักษณะทางประชากรศาสตร์มีผลต่อการเปิดรับสื่อ ทัศนคติ และความตั้งใจซื้อ ด้านความสัมพันธ์พบว่า การเปิดรับสื่อกับทัศนคติ และทัศนคติกับความตั้งใจซื้อมีความสัมพันธ์กันในระดับต่ำ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
ความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดและพฤติกรรมผู้บริโภคในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, คมสัน ฟองคำ
ความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดและพฤติกรรมผู้บริโภคในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, คมสัน ฟองคำ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิด และพฤติกรรมผู้บริโภค (ทัศนคติต่อเนื้อหา ทัศนคติต่อตราสินค้า และการมีส่วนร่วมกับเนื้อหา) และ 2) ศึกษาความสัมพันธ์ของคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิด ทัศนคติต่อเนื้อหา ทัศนคติต่อตราสินค้า และการมีส่วนร่วมกับเนื้อหา โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างเจเนอเรชันวาย อายุระหว่าง 24-43 ปี จำนวนทั้งสิ้น 222 คน ที่มีความสนใจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านหรือคอนโด และเคยเห็นรีวิวเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านหรือคอนโดจากผู้มีอิทธิพลทางความคิดสายไลฟ์สไตล์ 1 ใน 6 ท่าน บนช่องทางติ๊กต็อก (TikTok) และระบุตราสินค้าอสังหาริมทรัพย์ได้สอดคล้องกับผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่ระบุข้างต้น โดยผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างรับรู้ถึงคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่ตนติดตามอยู่ในระดับที่สูง ทั้งในด้านคุณค่าของเนื้อหา (M = 4.26) และด้านความน่าเชื่อถือ (M = 4.09) กลุ่มตัวอย่างยังมีทัศนคติต่อเนื้อหาของผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่ตนติดตามในเชิงบวกมาก (M = 4.29) มีทัศนคติต่อตราสินค้าในเชิงบวกมาก (M = 4.38) และมีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่ค่อนข้างมาก (M = 4.09) ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดกับพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้น ทุกตัวแปรมีความสัมพันธ์กันในเชิงบวกทุกคู่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ไม่ว่าจะเป็น คุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดกับทัศนคติต่อเนื้อหา (r = .66**) คุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดกับทัศนคติต่อตราสินค้า (r = .59**) และคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดกับการมีส่วนร่วมกับเนื้อหา (r = .74**)
การสร้างและการสื่อสารคุณลักษณะเฉพาะตัวของพิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์, ลลิตภัคค์ วราพรกิจเสถียร
การสร้างและการสื่อสารคุณลักษณะเฉพาะตัวของพิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์, ลลิตภัคค์ วราพรกิจเสถียร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคุณลักษณะพิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ และ 2) ศึกษาวิธีการสื่อสาร การปรับเปลี่ยน คุณลักษณะเฉพาะตัวและการนำเสนอข่าวของพิธีกรร่วมในการดำเนินรายการ ประชากรในการวิจัยในครั้งนี้คือ ผู้ดําเนินรายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ มีขอบเขตงานวิจัยคือช่วงที่คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นผู้ดำเนินรายการเท่านั้น โดยผู้วิจัยได้ทำการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และมีการใช้เครื่องมือการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง ได้แก่ ผู้ควบคุมการผลิตรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ (โปรดิวเซอร์), พิธีกรร่วมทั้งหมด 2 คน ในรายการ รวมจำนวนผู้ให้ข้อมูลหลัก 3 คน และจัดทำ Focus Group ผู้รับชมรายการถึงความคิดเห็นและความคาดหวังที่มีต่อพิธีกรร่วมจำนวน 10-15 คน จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของข้อมูลเชิงพรรณนา ผลการศึกษาคุณลักษณะพิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ พบว่า 1.พิธีกรร่วมควรมีการปรับตัวและตามทันเนื้อหาข่าวของพิธีกรหลัก ต้องสามารถเสริมข้อมูลที่ตกหล่นหรือเพิ่มเติมรายละเอียดที่พิธีกรหลักนำเสนอได้ทันในจังหวะที่เหมาะสม สามารถคาดการณ์ข่าวที่พิธีกรหลักจะหยิบมาเล่า และสามารถเล่าข่าวต่อได้ทัน 2.ทักษะการตอบคำถามและแสดงความคิดเห็น: พิธีกรร่วมควรมีบทบาทในการพูดแทนความรู้สึกของผู้ชมและนำเสนอความคิดเห็นของผู้ชม 3.การใช้ถ้อยคำเรียบเรียงประโยค: พิธีกรร่วมควรเลือกจุดเด่นหรือไฮไลท์ที่น่าสนใจ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน มีการปรับคำพูดให้เหมาะสมกับผู้ชมทั่วไป 4.การควบคุมการแสดงออกทางสีหน้าท่าทาง: การแสดงสายตาและท่าทางควรสอดคล้องกับเนื้อข่าว โดยใช้ภาษากายที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สำหรับผลการศึกษาวิธีการสื่อสาร การปรับเปลี่ยน คุณลักษณะเฉพาะตัวและการนำเสนอข่าวของพิธีกรร่วมในการดำเนินรายการ พบว่า 1.การเล่าข่าวของพิธีกรร่วมควรมีการปรับการนำเสนอข่าวตามประเภทของข่าวและเนื้อหา ปรับสำนวนและภาษาตามเนื้อหาข่าวและความเข้าใจของผู้ชม 2.การฟังควรมีการรับส่งปฏิสัมพันธ์ในการนำเสนอข่าวกับพิธีกรหลักอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้การสังเกตและจับจังหวะของผู้ประกาศหลักเป็นสำคัญ 3.การปรากฏกายและการแต่งตัว พิธีกรร่วมต้องเลือกชุดที่สวมใส่แล้วมั่นใจ เรียบร้อย และคล่องตัวในการทำงาน 4.วิธีการสื่อสารตัวตนของพิธีกรร่วม ควรเข้าใจเนื้อข่าวกำลังนำเสนออย่างถ่องแท้ สามารถเล่าเรื่องและตอบคำถามสำคัญของแต่ละหัวข้อข่าวได้ ที่สำคัญคือ ต้องปรับตัวเข้ากับสไตล์ของพิธีกรหลักเข้าใจบทบาทของตนเองในการเสริมสร้างความน่าสนใจและต่อเนื่องของรายการสด มีการพัฒนาคาแรคเตอร์ที่มีเอกลักษณ์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อเพิ่มความกลมกล่อมให้กับรายการ
อิทธิพลของความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร และความไว้วางใจในโซเชียลคอมเมิร์ซต่อการตัดสินใจซื้ออาหารออนไลน์ผ่านติ๊กต๊อกช็อปของผู้บริโภค, ปุญญิศา รักหลวง
อิทธิพลของความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร และความไว้วางใจในโซเชียลคอมเมิร์ซต่อการตัดสินใจซื้ออาหารออนไลน์ผ่านติ๊กต๊อกช็อปของผู้บริโภค, ปุญญิศา รักหลวง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงปริมาณนี้มี อิทธิพลของความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร และความไว้วางใจในโซเชียลคอมเมิร์ซ ต่อการตัดสินใจซื้ออาหารออนไลน์ผ่านติ๊กต๊อกช็อปของผู้บริโภค โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 204 คน ที่มีอายุระหว่าง 22 - 41 ปี เคยรับชมคอนเทนต์ด้านอาหารของอินฟลูเอนเซอร์ประเภท eSOLs ผ่าน ติ๊กต๊อก และเคยซื้ออาหารผ่านทางติ๊กต๊อกช็อป อย่างน้อย 1 ครั้งในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่าน ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า อิทธิพลของความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร และความไว้วางใจในโซเชียลคอมเมิร์ซ ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออาหารออนไลน์ผ่านติ๊กต๊อกช็อปของผู้บริโภค อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อพิจารณาการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณพบว่า ตัวแปรด้านความไว้วางใจในโซเชียลคอมเมิร์ซ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้ออาหารออนไลน์ผ่านติ๊กต๊อกช็อปของผู้บริโภคมากกว่าด้านความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร
ลักษณะทางประชากร ปัจจัยด้านจิตวิทยา การเปิดรับสื่อและการตัดสินใจใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมของกลุ่มผู้บริโภคในพื้นที่, เมธัส สัจจะเวทะ
ลักษณะทางประชากร ปัจจัยด้านจิตวิทยา การเปิดรับสื่อและการตัดสินใจใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมของกลุ่มผู้บริโภคในพื้นที่, เมธัส สัจจะเวทะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความแตกต่างของลักษณะทางประชากร ปัจจัยด้านจิตวิทยา การเปิดรับสื่อและการตัดสินใจใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมของผู้บริโภคในพื้นที่ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 205 คน ที่มีอายุระหว่าง 18 – 60 ปี มีภูมิลำเนาหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม และเคยใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐม อย่างน้อย 1 ครั้ง ในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นต่อปัจจัยด้านจิตวิทยาเกี่ยวกับการใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมทุกด้านในระดับมาก โดยมีระดับความคิดเห็นต่อด้านทัศนคติมากที่สุด มีการเปิดรับสื่อเกี่ยวกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก (Facebook) ในช่วงเวลา 16.01 – 22.00 น. มากที่สุด โดยได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและสินค้าใหม่ของร้านค้าในศูนย์การค้า และมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการทราบข้อมูลและการจำหน่ายสินค้าของร้านค้าในศูนย์การค้า นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างยังมีการตัดสินใจใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมโดยคำถึงความต้องการของตนเองก่อนตัดสินใจใช้บริการและจะยังคงใช้บริการศูนย์การค้าต่อไปในอนาคต ผลการทดสอบสมมติฐานยังพบว่า ลักษณะทางประชากร เพศและอาชีพของกลุ่มตัวอย่างที่แตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อปัจจัยด้านจิตวิทยาแตกต่างกัน และลักษณะทางประชากร เพศ อายุ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่แตกต่างกันมีการเปิดรับสื่อเกี่ยวกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมแตกต่างกัน รวมถึงลักษณะทางประชากร เพศ ระดับการศึกษา และอาชีพที่แตกต่างกันมีการตัดสินใจใช้บริการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรกับการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค, พิชามญชุ์ ผ่องกมล
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรกับการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค, พิชามญชุ์ ผ่องกมล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการวิจัยเชิงสำรวจออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ความแท้จริงของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ความสอดคล้องขององค์กรกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และ 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ความแท้จริงของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ความสอดคล้องขององค์กรกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริโภคชาวไทยที่มีอายุระหว่าง 25 – 50 ปี และต้องเคยเห็น หรือเคยเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมขององค์กรธุรกิจค้าปลีก ผ่านสื่อออนไลน์หรือออฟไลน์อย่างน้อยจำนวน 1 ครั้ง ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 250 คน โดยผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างรับรู้แรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรค่อนข้างสูง (M = 4.02) ความแท้จริงของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับปานกลาง (M = 3.70) ความสอดคล้องขององค์กรกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับค่อนข้างสูง (M = 3.88) และการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้บริโภคอยู่ในระดับปานกลาง (M = 3.48) นอกจากนี้ ยังพบว่า ทุกคู่ตัวแปรมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ไม่ว่าจะเป็น แรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร กับความแท้จริงของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (r = 0.55) แรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร กับความสอดคล้องขององค์กรกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (r = 0.49) แรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร กับการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (r = 0.55) ความแท้จริงของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม กับการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (r = 0.67) และความสอดคล้องขององค์กรกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม กับการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (r = 0.57)
การปรับใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ของอุตสาหกรรมโฆษณา, ศุภณัฐ จั่นสกุล
การปรับใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ของอุตสาหกรรมโฆษณา, ศุภณัฐ จั่นสกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติ ความคิดเห็น และแนวทางการปรับใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ในการสร้างสรรค์ผลงานโฆษณาของบุคลากรในอุตสาหกรรมโฆษณา ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทตัวแทนโฆษณาจำนวน 5 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารการตลาดจำนวน 5 ท่าน รวม 10 ท่าน ผลการวิจัยพบว่า ปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพ และลดขั้นตอนการทำงานของกระบวนการสร้างสรรค์โฆษณา จากคุณสมบัติในการทำงานได้แบบอัตโนมัติ ในด้านทัศนคติและความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งสองกลุ่มที่มีต่อปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์พบว่า ส่วนใหญ่เป็นไปในเชิงบวก จากความคิดเห็นที่ว่า การทำงานในอุตสาหกรรมโฆษณาทำให้มีทัศนคติที่ดีต่อเทคโนโลยีใหม่เป็นทุนเดิม อีกทั้งปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ยังมีความสามารถที่หลากหลาย เพื่อใช้ในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตผลงานโฆษณาอีกด้วย ด้านแนวทางการปรับใช้งานในอุตสาหกรรมโฆษณาพบว่า ทักษะการใช้งานปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์จะกลายเป็นทักษะที่สำคัญในอนาคต แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างมาก แต่การใช้งานยังคงต้องการการควบคุม และการตัดสินใจโดยมนุษย์ เพื่อให้ผลลัพธ์มีความถูกต้อง และมีคุณภาพสูง ผลการวิจัยจึงได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ ในด้านการบริหารจัดการองค์กรเพื่อส่งเสริมการปรับใช้งานปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ โดยองค์กรควรเน้นการฝึกอบรม และการพัฒนาทักษะการใช้งานปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ของบุคลากร เพื่อให้กระบวนการทำงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
การเปิดรับข่าวสาร ทัศนคติ และการสนับสนุนค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤตบนสื่อสังคมออนไลน์ของผู้บริโภคชาวไทย, รตา ธีระพันธุ์
การเปิดรับข่าวสาร ทัศนคติ และการสนับสนุนค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤตบนสื่อสังคมออนไลน์ของผู้บริโภคชาวไทย, รตา ธีระพันธุ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและอธิบายความแตกต่างทางลักษณะประชากร และการเปิดรับข่าวสาร ทัศนคติ และการสนับสนุนค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤติบนสื่อสังคมออนไลน์ของผู้บริโภคชาวไทยโดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยอายุระหว่าง 18 - 37 ปี ที่มีการรู้จักค่ายเพลงเกาหลีใต้อย่างน้อย 3 ค่ายเพลง และต้องมีการรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับค่ายเพลงเกาหลีใต้ดังกล่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จำนวน 204 คน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการเปิดรับข่าวสารค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤติผ่านช่องทางยูทูบ (YouTube) ช่องทางหลักของค่ายเพลงมากที่สุด นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างมีทัศนคติต่อค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤติบนสื่อสังคมออนไลน์ด้านการให้ข้อมูลและการสื่อสารเกี่ยวกับค่ายเพลงทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างชัดเจนและสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความใกล้ชิดกับกลุ่มแฟนคลับมากที่สุด และมีการสนับสนุนค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤติบนสื่อสังคมออนไลน์จากการบอกต่อเนื้อหาการแถลงการณ์ของค่ายเพลงเกาหลีใต้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อกระจายข่าวสารมากที่สุด ลักษณะทางประชากรที่ด้านเพศที่แตกต่างกัน มีการสนับสนุนค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤติบนสื่อสังคมออนไลน์แตกต่างกัน รวมถึงการเป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลีใต้ที่แตกต่างกัน มีการเปิดรับข่าวสาร ทัศนคติ และการสนับสนุนค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤติบนสื่อสังคมออนไลน์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
อิทธิพลของการเปิดรับเนื้อหาที่มีการวางสินค้าบนยูทูบและทัศนคติที่มีต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค, อนล ธรเลิศพิมล
อิทธิพลของการเปิดรับเนื้อหาที่มีการวางสินค้าบนยูทูบและทัศนคติที่มีต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค, อนล ธรเลิศพิมล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์คือ 1.เพื่อสำรวจการเปิดรับเนื้อหาที่มีการวางสินค้าบนยูทูบ ทัศนคติของผู้บริโภคต่อลักษณะของผู้ส่งสาร การรับรู้ความเสี่ยง (ด้านประสิทธิภาพ การเงิน จิตวิทยา) การตระหนักต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม และความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค 2.เพื่อสำรวจอิทธิพลของการเปิดรับเนื้อหาที่มีการวางสินค้าบนยูทูบ ทัศนคติของผู้บริโภคต่อลักษณะของผู้ส่งสาร การรับรู้ความเสี่ยง และการตระหนักต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม ต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค ใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจ ด้วยการใช้แบบสอบถาม เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ระหว่างอายุ 25 – 50 ปี จำนวนทั้งสิ้น 200 ตัวอย่าง โดยวิเคราะห์ผลการวิจัยด้วยวิธีการสถิติแบบการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย (Simple Linear Regression) และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นแบบพหุคูณ (Multiple Linear Regression) สำหรับผลการวิจัยเป็นไปตามสมมติฐาน และมีนัยสำคัญทางสถิติ 1) การเปิดรับเนื้อหาที่มีการวางสินค้าบนยูทูบ มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค 2) ตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค มากที่สุดได้แก่ ทัศนคติของผู้บริโภคต่อลักษณะของผู้ส่งสาร ผู้วิจัยได้นำเสนอแนวทางในการประยุกต์ใช้สำหรับการออกแบบการสื่อสารของรถยนต์ไฟฟ้า โดยในด้านของผู้ส่งสารแนะนำให้ใช้ผู้ส่งสารที่กล่าวถึงหรือรีวิวรถยนต์ไฟฟ้าที่ดูน่าดึงดูดใจ ใช้เนื้อหาวิดีโออย่างสนุกและน่าสนใจมากที่สุด ระยะเวลารับชม 5 – 10 นาทีต่อครั้ง และมีเนื้อหาที่แสดงหน้าที่รับผิดชอบในการปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อม ก็อาจเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคระหว่างอายุ 25 – 50 ปีได้
ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อต่อองค์กร คุณค่าตราสินค้า และการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม, อัญชลี สุนันต๊ะ
ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อต่อองค์กร คุณค่าตราสินค้า และการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม, อัญชลี สุนันต๊ะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการวิจัยเชิงสำรวจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจความเชื่อต่อองค์กร คุณค่าตราสินค้า และการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในมุมมองของผู้บริโภค 2) อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อต่อองค์กรกับคุณค่าตราสินค้า 3) อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อต่อองค์กรกับการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และ 4) อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างคุณค่าตราสินค้ากับการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในมุมมองของผู้บริโภค โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวนทั้งสิ้น 237 คน อายุระหว่าง 20-45 ปี ที่บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และเคยเห็นกิจกรรมของบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างน้อย 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา โดยผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความเชื่อต่อองค์กร (M=4.17) และรับรู้คุณค่าตราสินค้าในระดับสูง (M=4.05) และมีการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรในระดับปานกลาง (M=3.97) อีกทั้งในด้านของความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรนั้น ทุกตัวแปรมีความสัมพันธ์กันทุกคู่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ไม่ว่าจะเป็น ความเชื่อต่อองค์กรกับคุณค่าตราสินค้า (r=0.71*) ความเชื่อต่อองค์กรกับการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม (r=0.73*) และคุณค่าตราสินค้ากับการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม (r=0.83*)
Mokṣa, Seeking A Humanizing Way Of Being: I Am Recognized. I Am Acknowledged. I Am Human., Lauralynn Jansen
Mokṣa, Seeking A Humanizing Way Of Being: I Am Recognized. I Am Acknowledged. I Am Human., Lauralynn Jansen
Antioch University Dissertations & Theses
This dissertation delves into the intricate dimensions of humanization by shifting the analytical focus from denial and exclusion to affirmative aspects of inclusion. The central aim of this research is to unravel the mechanisms underlying the process of humanization, or how individuals perceive and internalize their being recognized as human beings. Employing the critical incident technique, this research methodically examined the lived experiences of a highly diverse group of individuals living with varying social stigmas and how they experience humanization. This research displays the intricate interplay of language, actions, and sensory elements engendered before, during, and after a humanizing moment. …
Presidents And Media During Initial Federal-Level Hurricane Relief: A Study Of Presidential Crisis Communication Efforts, Emily A. Ball
Presidents And Media During Initial Federal-Level Hurricane Relief: A Study Of Presidential Crisis Communication Efforts, Emily A. Ball
Honors College Theses
Public relations serves a huge role in almost every sector, including politics. Crisis communication, a subset of public relations, is very important in a setting that constantly undergoes crises. The response to these crises matters a great deal on the federal level because the outcomes can affect such a wide variety of policies and even elections. Because of this, I wanted to focus on one type of crisis that every president is almost guaranteed to face: hurricanes. To examine the effectiveness of federal-level crisis communication, I look at Bush, Obama, Trump, and Biden’s responses to the worst hurricane during their …
Enabling Customization Of Discussion Forums For Blind Users, Mohan Sunkara, Yash Prakash, Hae-Na Lee, Sampath Jayarathna, Vikas Ashok
Enabling Customization Of Discussion Forums For Blind Users, Mohan Sunkara, Yash Prakash, Hae-Na Lee, Sampath Jayarathna, Vikas Ashok
Computer Science Faculty Publications
Online discussion forums have become an integral component of news, entertainment, information, and video-streaming websites, where people all over the world actively engage in discussions on a wide range of topics including politics, sports, music, business, health, and world affairs. Yet, little is known about their usability for blind users, who aurally interact with the forum conversations using screen reader assistive technology. In an interview study, blind users stated that they often had an arduous and frustrating interaction experience while consuming conversation threads, mainly due to the highly redundant content and the absence of customization options to selectively view portions …
Source Credibility And Trust Of Media Information Based On Gender Of Reporter, Madison R. Urse
Source Credibility And Trust Of Media Information Based On Gender Of Reporter, Madison R. Urse
Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD)
An experiment was used for this study to explore if the gender of a reporter impacts perceived source credibility and thus trust in information. Previous research has shown how gender biases can affect how topics are covered, reported on, perceived and marketed in the journalistic world. Modern media and newsrooms are meant to mirror reality as they convey information to the public, yet women continue to be gatekept out of reporting on certain types of news. Further, changes in the mode of delivery of news are also impacting the journalism landscape. Thus, this study employed a digital stimulus to explore …
A Neo-Aristotelian Criticism Of Trump’S “Save America Speech” Utilizing The Five Canons Of Rhetoric, Jade Ruggieri
A Neo-Aristotelian Criticism Of Trump’S “Save America Speech” Utilizing The Five Canons Of Rhetoric, Jade Ruggieri
Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD)
Riddled with fake news, the 2020 election is a unique moment in history where fake news, stemming from former President Donald Trump, led to a public demonstration that quickly devolved into a violent and controversial event. Through the lens of a Neo-Aristotelian rhetorical criticism, the five canons of rhetoric will analyze Trump’s “Save America” speech he held hours prior to the rally providing insights into how the power of words can precipitate people to incite action. Through a verbatim examination of the first and last 10 minutes of the speech, with the middle portion summarized, Trump’s speech provides insights to …
Epistemological Insecurity In The Anthropocene, Dustin Purvis
Epistemological Insecurity In The Anthropocene, Dustin Purvis
Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD)
This dissertation analyzes how increased mainstream awareness of climate change and other complex environmental phenomena transforms some of the basic tools we use to understand the world, including notions of agency, evidence, and causality. More specifically, this project highlights numerous contemporary literary and cultural narratives that formally and thematically depict impromptu systems of action and comprehension developed by humans confronting the unique forms of information overload that result from damaged and rapidly changing environments. Following critics like Ulrich Beck, Rob Nixon, and Stacy Alaimo, I suggest our current era of ecological instability and destructive environmental practices dictate what I refer …