Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Dance

Institution
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type
File Type

Articles 391 - 420 of 2446

Full-Text Articles in Entire DC Network

Bodies And Expressions: Exploring The Aesthetics Of Disability Performance Art, Jaya Sarkar Jan 2022

Bodies And Expressions: Exploring The Aesthetics Of Disability Performance Art, Jaya Sarkar

Tête à Tête: Journal of Francophone Studies

No abstract provided.


Embodied Digital Storytelling With Ancestral Legacy, Giselle Ruzany Jan 2022

Embodied Digital Storytelling With Ancestral Legacy, Giselle Ruzany

Expressive Therapies Dissertations

Embodied Digital Storytelling with Ancestral Legacy is a study of one's ancestral legacy with a diverse group of professional dancers who were asked to engage in an embodied inquiry. Research questions were: What is the experience of creating embodied digital storytelling when exploring one’s ancestral legacy? What can be learned from identity, sense of belonging, and resilience through this process? The study included an interview about each dancer's ancestral story, the creation of embodied digital storytelling (EDS), a final interview, and a group member checking meeting for the purpose of confirming the transcripts and findings. This meeting also served as …


College Of The Arts 22/23 Season, Department Of Theatre And Dance, John J. Cali School Of Music Jan 2022

College Of The Arts 22/23 Season, Department Of Theatre And Dance, John J. Cali School Of Music

2022-2023

No abstract provided.


Fashioning The Flapper: Clothing As A Catalyst For Social Change In 1920s America, Julia Wolffe Jan 2022

Fashioning The Flapper: Clothing As A Catalyst For Social Change In 1920s America, Julia Wolffe

Honors Program Theses

Fashion has been a catalyst for social change throughout human history. Fashion in 1920s America in particular reflects society's rapidly evolving attitudes towards gender and race. Beginning with how corsetry heavily restricted women for nearly four hundred years up until the twentieth century, this thesis explores how clothing has acted as a tool for societal progression following World War I and Women's Suffrage and during the Jazz Age and The Harlem Renaissance. Specifically, this thesis examines how the influence of jazz music and dance that originated from Black American communities led to the creation of the flapper evening dress. The …


A Dancer's Image, Sydney Baker Jan 2022

A Dancer's Image, Sydney Baker

Undergraduate Honors Theses

Dancers are amazingly dedicated athletes who train for hours a day to try and perfect their craft. In doing so, they can become hyper focused on the details, picking apart every aspect of themselves and their technique. With so much time spent training, it can be difficult to take a step back and analyze the role the mirror plays in a dancer’s training and everyday life. There are many factors that can affect a dancer's body image, including the social environment between educators and peers, social standards and social media, dance clothing, and so much more. This report and creative …


Scaling Up Video Digitization At The University Of Maryland Libraries: A Case Study, Elizabeth M. Caringola, Pamela A. Mcclanahan, Robin C. Pike Jan 2022

Scaling Up Video Digitization At The University Of Maryland Libraries: A Case Study, Elizabeth M. Caringola, Pamela A. Mcclanahan, Robin C. Pike

Provenance, Journal of the Society of Georgia Archivists

In 2015, a team at the University of Maryland Libraries collaborated on a pilot project to digitize 100 VHS tapes from the Liz Lerman Dance Exchange collection and, in doing so, established organizational workflows for video digitization and access. After completing the pilot phase of the project, staff who worked on the project published a case study in this journal that articulated a question echoed throughout that process: “Is this enough?” Enough descriptive metadata? Enough technical metadata? Enough storage space? This article will reflect on the pilot project, detail how the digitization specifications and workflows established during the pilot project …


Something Rotten!, Otterbein Theatre And Dance Department Jan 2022

Something Rotten!, Otterbein Theatre And Dance Department

2021-2022 Season Production

Something Rotten takes place in 1595 London, England. The Bottom brothers, Nick and Nigel are trying to find success by writing plays, but are outshined by the rock-star playwright of the Renaissance, William Shakespeare. Desperate to find success Nick gets help from a soothsayer for the next big hit.


“มาตุยะ เมตตา” การสร้างสรรค์ละครรำชวาจากเรื่องพระลอ, โอกี บิมา เรซ่า อาฟริตา Jan 2022

“มาตุยะ เมตตา” การสร้างสรรค์ละครรำชวาจากเรื่องพระลอ, โอกี บิมา เรซ่า อาฟริตา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสร้างสรรค์ละครรำชวา โดยการนำบทละครรำของไทย มาทดลองทำการจัดแสดงเป็นนาฏกรรมข้ามวัฒนธรรมจากไทยสู่อินโดนีเซีย โดยเลือกบทละครรำเรื่อง พระลอ ตอนเสี่ยงน้ำ มาเป็นต้นแบบในการศึกษาทดลองแปลงเป็นละครรำ เซินดราตารี ของราชสำนักยกยาการ์ตา เนื่องจากละครรำทั้งสองนี้มีองค์ประกอบการแสดงและมีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกัน และมี วายังกุลิต คือหนังชวาซึ่งคล้ายหนังตะลุงก็นำมาแสดงในส่วนที่ต้องการดำเนินเรื่องที่เป็นมายาการ การแสดงใช้เวลาการแสดง 25 นาที แสดงนำโดยตัวละครสำคัญสองตัวคือพระลอกับพระนางบุญเหลือ คือมารดาของพระลอ มีการประพันธ์บทเป็นภาษาอินโดนีเซีย จึงตั้งชื่อการแสดงตอนนี้ว่า มาตุยะ เมตตา แปลว่า ความรักของมารดา ใช้วงดนตรี เครื่องแต่งกายและการรำตามจารีตของราชสำนักยกยาการ์ตา โดยแทรกท่ารำทำบทของไทยในบางแห่งที่เหมาะสมเพื่อให้มีกลิ่นอายของไทย ผลการวิจัยพบว่าการทดลองสร้างสรรค์ละครรำชวาเรื่อง พระลอ ตอน มาตุยะ เมตตา ได้ประสบความสำเร็จ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ผู้ร่วมงานและคนดู ทั้งฝ่ายไทยและอินโดนีเซีย ได้รับความรู้ความเข้าใจ ความพึงพอใจและให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้เป็นเพราะวัฒนธรรมและจารีตการแสดงละครรำแบบราชสำนักของไทยและของยกยาการ์ตาคล้ายคลึงกันมาก ทั้งโดยเนื้อเรื่อง บุคลิกลักษณะของตัวละคร ประเพณีและความเชื่อในเรื่องจิตวิญญาณ ตลอดจนการร้อง การรำ การดำเนินเรื่อง จึงทำให้การแสดงข้ามวัฒนธรรมเป็นไปได้ด้วยดี จึงสมควรมีการทำวิจัยทดลองสร้างสรรค์เช่นนี้เพื่อต่อยอดให้เสร็จสมบูรณ์ตามท้องเรื่องของพระลอ และสามารถนำแนวทางจากข้อค้นพบในวิทยานิพนธ์นี้ไปพัฒนาและทดลองสร้างสรรค์นาฏกรรมข้ามวัฒนธรรมชาติอื่นๆ ได้อย่างเหมาะสม เพื่อความก้าวหน้าของวงวิชาการนาฏยศิลป์ต่อไปในอนาคต


นวัตกรรมการแสดงละครเพลงพื้นบ้าน, กิตติพงษ์ อินทรัศมี Jan 2022

นวัตกรรมการแสดงละครเพลงพื้นบ้าน, กิตติพงษ์ อินทรัศมี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์การแสดงละครเพลงพื้นบ้าน(ภาคกลาง) จากกระบวนการสร้างชุดแบบฝึกทักษะการด้นสำหรับนักแสดงละครเพลงพื้นบ้าน ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยมุ่งเน้นศึกษาข้อมูลจากเอกสารทางวิชาการ ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ภาพถ่าย สื่ออิเล็กทรอนิกส์ การสังเกตการณ์ การฝึกปฏิบัติ การสนทนากลุ่มย่อย นำมาวิเคราะห์เพื่อศึกษาแนวทางการฝึกทักษะนักแสดง และดำเนินการทดลองใช้แบบฝึกหัดพัฒนาทักษะการด้น ตลอดจนดำเนินการพัฒนา ปรับปรุง แก้ไข ทดลองสร้างสรรค์การแสดงรูปแบบละครเพลงพื้นบ้านจำนวน 5 ชุด ผลจากการวิจัยพบว่า นวัตกรรมการแสดงละครเพลงพื้นบ้าน แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นตอนการให้ความรู้ หลักการ และแนวคิดการด้นในศิลปะการละครและเพลงพื้นบ้าน 2) ขั้นตอนการพัฒนาทักษะและทดลองแบบฝึกหัดการด้น แบ่งเป็นชุดแบบฝึกหัดการด้นในศิลปะการละคร จำนวน 5 ชุด คือ บทบาทสมมติ สถานการณ์คับขัน จำลองปะทะ นิทานอารมณ์ ส่องกระจกแล้วย้อนดูเรา และการด้นในเพลงพื้นบ้าน จำนวน 5 ชุด คือ ชื่อกับคำสัมผัส นิทานคล้องจอง สัญญะอวัยวะ สถานการณ์กลอนสด โครงเรื่องกับกลอนปฏิภาณ 3) ขั้นตอนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และ4) ทดลองสร้างสรรค์การแสดงรูปแบบละครเพลงพื้นบ้านโดยใช้ทักษะการด้นร้องเพลงพื้นบ้านดำเนินเรื่องราว ผลการวิจัยยังพบว่า ผู้เข้าร่วมกระบวนการฝึกทักษะการด้นเพลงพื้นบ้าน จำนวน 30 คน มี 2 คน สามารถร้องด้นได้อย่างแคล่วคล่อง และมีไหวพริบปฎิภาณ ปัจจัยหลักที่นักแสดงส่วนใหญ่ไม่สามารถร้องด้นได้อย่างแคล่วคล่อง คือทักษะการฟัง คลังคำ และความแม่นยำของฉันทลักษณ์


การแสดง ณ ศาลาเฉลิมกรุง, จิรพัทธ์ พานพุด Jan 2022

การแสดง ณ ศาลาเฉลิมกรุง, จิรพัทธ์ พานพุด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่องการแสดง ณ ศาลาเฉลิมกรุง โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาการแสดง ณ ศาลาเฉลิมกรุง มีการศึกษาค้นคว้า รวบรวมข้อมูลจากเอกสารทางวิชาการ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ รวมไปถึงการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ และสรุปผลการวิจัย เพื่อให้เป็นองค์ความรู้ที่สำคัญวงการนาฏยศิลป์ไทย ผลการวิจัยพบว่า ศาลาเฉลิมกรุงเป็นถาวรวัตถุที่มีอายุ 89 ปี เดิมเคยเป็นโรงภาพยนตร์ที่มีความทันสมัยมาก เมื่อเข้ายุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ต้องหยุดฉายหนัง และมีการนำละครเวทีขึ้นมาแสดงแทนชั่วคราว เมื่อสงครามจบลงหนังจึงกลับมาฉายดังเดิม ต่อมาในปี 2535 มีการปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ เป็นการบูรณะส่วนโครงสร้างสถาปัตยกรรม เวที ที่นั่งของผู้ชม และเทคนิคต่าง ๆ พร้อมการเปิดตัวอีกครั้งในฐานะเฉลิมกรุงรอยัลเธียเตอร์ในปี 2536 มีการแสดงคอนเสิร์ต เป็นเวทีประกาศรางวัล จัดการประกวดต่าง ๆ รวมไปถึงการจัดการแสดง โขนจินตนฤมิตร ต่อมาได้จัดการแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุงขึ้น โดยในแต่ละปีจะจัดเนื่องในวโรกาสที่สำคัญ อาทิ เนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เป็นต้น และในปัจจุบันได้จัดเป็นการแสดงโขนรอบนักท่องเที่ยว ผลการวิเคราะห์เนื้อหาพบว่า การแสดง ณ ศาลาเฉลิมกรุง แบ่งออกเป็น 5 ยุค ดังนี้ 1) ภาพยนตร์ก่อนสงคราม 2) ละครเวทีช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 3) ภาพยนตร์หลังสงคราม 4) โรงมหรสพระดับสากล 5) โขนศาลาเฉลิมกรุง จากการศึกษาของผู้วิจัยเห็นได้ชัดว่า แต่ละยุคมีทั้งการแสดงที่เหมือน และแตกต่างกัน อย่างเช่นยุคที่ 1 และ 3 จะมีการฉายภาพยนตร์เหมือนกัน และต่างกันอย่างยุคที่ 2 แสดงละครเวที ส่วนยุคที่ 5 แสดงโขน ปัจจัยแห่งการเปลี่ยนอันมีนัยสำคัญ กล่าวคือ การเกิดสงคราม และความนิยมสิ่งบันเทิงใหม่ ที่ส่งผลกระทบต่อการแสดงโดยตรง แม้ว่าศาลาเฉลิมกรุงจะมีการปรับเปลี่ยนการแสดงอยู่ตลอดนั้นเพราะว่าต้องการที่จะให้การแสดงที่จัดอยู่ในการดูแลของศาลาเฉลิมกรุงมีความเท่าทันต่อความนิยมในแต่ละยุคสมัย และอีกประเด็นหนึ่งนั้นก็คือ เพื่อเป็นการแก้ไขสถานการณ์ และสภาวะการเปลี่ยนแปลงความนิยมสิ่งบันเทิงที่เกิดขึ้นในขณะนั้น เพื่อดำรงไว้ซึ่งโรงมหรสพหลวงอันรวมประวัติศาสตร์การแสดง ณ ศาลาเฉลิมกรุงสืบไป


ละครรำ เรื่อง พระสุริโยทัย, ขวัญฟ้า ภู่แพ่งสุทธิ์ Jan 2022

ละครรำ เรื่อง พระสุริโยทัย, ขวัญฟ้า ภู่แพ่งสุทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง ละครรำเรื่อง พระสุริโยทัย มีวัตถุประสงค์เพื่อนำประวัติสมเด็จพระสุริโยทัยมาสร้างสรรค์เป็นละครรำทางละครในเพิ่มขึ้นใหม่อีกเรื่องหนึ่ง ด้วยการวิจัยแบบทดลอง จากการค้นคว้าเอกสารประวัติศาสตร์ สัมภาษณ์ ทดลองสร้างสรรค์ การวิพากษ์ จัดการแสดง และการประเมินสัมฤทธิ์ผล แล้วนำเสนอรายงานผลการวิจัยในแบบการพรรณนาวิเคราะห์ การวิจัยแบบทดลองสร้างสรรค์มีข้อปฏิบัติ 7 ประการดังนี้ 1. ศึกษาและนำเนื้อหาและบุคคลจากประวัติศาสตร์มาสร้างเป็นโครงเรื่อง สี่ฉากสำคัญที่เหมาะแก่การทดลองแสดงเป็นทางละครใน คือ ฉากลงสรงทรงเครื่อง ประคารม เกี้ยวพาราสี และตัดไม้ข่มนาม 2. แต่งบทและบรรจุเพลงให้เหมาะแก่การดำเนินเรื่อง บุคลิกตัวละครและการรำ 3. คัดเลือกผู้แสดงที่มีประสบการณ์ในการแสดงละครใน 4. เลือกสรรประยุกต์และออกแบบท่ารำกับกระบวนรำให้เหมาะแก่บุคลิกของตัวละคร 5. ปรับแปลงเครื่องแต่งกายยืนเครื่องและอุปกรณ์การแสดงบางรายการให้มีความสมจริงเชิงประวัติศาสตร์และความสะดวกในการรำ 6. ฝึกซ้อมและปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องในมิติต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิ 7. จัดการแสดงและประเมินสัมฤทธิ์ผลจากผู้ร่วมงานทุกฝ่ายรวมทั้งผู้ดูและผู้ทรงคุณวุฒิ ผลการวิจัยทดลองสร้างสรรค์ครั้งนี้พบว่าการนำประวัติศาสตร์มาแสดงเป็นละครรำแนวละครในนั้นสามารถทำได้ดี เพราะเนื้อเรื่องและบุคคลที่นำมาทดลองเป็นวิถีชีวิตและวีรกรรมของพระราชวงศ์ที่คล้ายคลึงกันกับสาระของละครใน องค์ประกอบการแสดงตามจารีตละครในนั้นแม้จะมีความประณีตและเคร่งครัดในการปฏิบัติ หากทดลองสร้างสรรค์โดยผู้มีความรู้ความชำนาญในการประยุกต์ใช้อย่างรอบรู้และรอบคอบก็สามารถทำได้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ และข้อค้นพบใหม่ของการวิจัยทดลองสร้างสรรค์ฉบับนี้จะเป็นแนวทางให้เกิดการวิจัยและพัฒนาด้านเนื้อหาและรูปแบบละครรำเพื่อความก้าวหน้าทางวิชาการและวิชาชีพของนาฏกรรมไทยสืบไป


คุณูปการของเสรี หวังในธรรมด้านนาฏกรรม, จุฑาวัฒน์ โอบอ้อม Jan 2022

คุณูปการของเสรี หวังในธรรมด้านนาฏกรรม, จุฑาวัฒน์ โอบอ้อม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่องคุณูปการของเสรี หวังในธรรมด้านนาฏกรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณูปการของเสรี หวังในธรรมด้านนาฏกรรม เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพจากเอกสาร การสัมภาษณ์ สังเกตการณ์ผลงานนาฏกรรมที่เกี่ยวข้อง มานำเสนอในแบบการพรรณนาวิเคราะห์ โดยมีขอบเขตศึกษาชีวิตและผลงานนาฏกรรมของอาจารย์เสรี หวังในธรรม ตั้งแต่ พ.ศ. 2498 จนถึง 2550 ผลการวิจัยพบว่าเสรี หวังในธรรมเริ่มการศึกษาที่โรงเรียนนาฏศิลป ด้านดนตรีสากล พร้อมทั้งสนใจเรียนรู้และฝึกฝนวิชานาฏกรรมประเภทต่าง ๆ ท่านเข้ารับราชการในโรงละครแห่งชาติ กองการสังคีต กรมศิลปากร ได้สะสมประสบการณ์จากคุณครูและศิลปินผู้เชี่ยวชาญเป็นอันมาก ต่อมาจึงได้นำความรู้ความชำนาญนั้นมาสร้างสรรค์ผลงานทั้งโดยตัวท่านเองและร่วมกับผู้อื่น ได้แก่ การสร้างบท การแสดง การกำกับการแสดง การสร้างรายการใหม่ และการจัดแสดงนาฏกรรมในต่างประเทศ ผลงานนาฏกรรมของท่านเป็นทั้งการอนุรักษ์และพัฒนาโดยการนำนาฏกรรมแบบประเพณีมาปรับปรุงด้วยหลักการให้ความรู้คู่ความบันเทิงเพื่อให้คนดูรุ่นใหม่นิยมและยังธำรงไว้ซึ่งนาฏยจารีต เสรีเป็นศิลปินนักวิชาการผู้มีความรู้และความชำนาญ ถึงพร้อมด้วยไหวพริบปฏิภาณ สามารถสร้างสรรค์อนุรักษ์และพัฒนางานนาฏกรรมแบบประเพณีให้เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง กล่าวได้ว่าเสรี หวังในธรรม มีคุณูปการต่อวงการนาฏกรรม ในการสร้างการแสดงขึ้นใหม่ตามหลักนาฏยจารีต สร้างรายการแสดงใหม่ให้เป็นต้นแบบของการเพิ่มโอกาสและพื้นที่แสดง สร้างนาฏยศิลปินให้คนดูนิยมและติดตาม และสร้างคนดูให้นิยมนาฏกรรมแบบประเพณีต่อไปในอนาคต จึงได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (ศิลปะการละคร) ประจำปี 2531


รำโทนนกพิทิด จังหวัดนครศรีธรรมราช, ชวัลลักษณ์ วิเชียรแก้ว Jan 2022

รำโทนนกพิทิด จังหวัดนครศรีธรรมราช, ชวัลลักษณ์ วิเชียรแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่องรำโทนนกพิทิด จังหวัดนครศรีธรรมราช มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นมา รูปแบบกระบวนท่าและองค์ประกอบของรำโทนนกพิทิด โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เน้นการวิจัยภาคสนามเป็นหลัก การสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม การสัมภาษณ์ และข้อมูลจากเอกสารเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเชิงลึก นำมาวิเคราะห์เป็นข้อมูล ผลการศึกษามีดังนี้ ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีวัฒนธรรมการละเล่นรำวงที่สืบทอดกันมา เนื่องจากในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ส่งเสริมให้มีการเล่นรำโทนในหมู่ข้าราชการ ทหาร นายสร้วง จันทร์ชุม ทหารเกณฑ์กองหนุน จึงนำความรู้ประสบการณ์การรำและเพลงมาเผยแพร่ในพื้นที่กรุงชิง ต่อมาปี พ.ศ. 2484 ครูแนบ ล่องลือฤทธิ์ เป็นผู้มีทักษะพื้นฐานด้านการรำโนรา ได้เห็นและรับเอารำโทนจากตัวเมืองนครศรีธรรมราชมาพัฒนาและเผยแพร่ จึงส่งผลต่อรูปแบบ องค์ประกอบและความเชื่อที่มีใกล้เคียงกับโนรา คือก่อนเริ่มการแสดงจะต้องทำพิธีไหว้ครู การแสดงเริ่มจากการร้องเพลงเชิญ ตามด้วยเพลงไหว้ครู และจบด้วยเพลงลา มีกระบวนท่ารำที่ใช้แบบท่ามาจากท่าโนราและการตีบท เพลงแต่งโดยอิงจากธรรมชาติและวิถีชีวิตของคนในตำบลกรุงชิง โดยใช้โทนเป็นเครื่องดนตรีหลัก เครื่องแต่งกายจะสะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของท้องถิ่น โดยออกแบบตามภูมิปัญญาชาวบ้าน รำโทนนกพิทิดมาจากชื่อเพลงนกพิทิด เป็นเพลงเอกเน้นความตลกขบขัน ไม่เน้นความสวยงาม เป็นการแสดงให้เห็นถึงการเกี้ยวพาราสีของนกพิทิดตัวผู้ที่มีต่อตัวเมีย (นกถึดทืด) จึงเรียกการละเล่นนี้ว่า “รำโทนนกพิทิด” และผู้วิจัยได้เรียนรู้ว่าธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สามารถเป็นนาฎกรรม ที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน


นาฏยวิถีของภัทราวดี มีชูธน, นภัสรัญชน์ มิตรธีรโรจน์ Jan 2022

นาฏยวิถีของภัทราวดี มีชูธน, นภัสรัญชน์ มิตรธีรโรจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง นาฏยวิถีของภัทราวดี มีชูธน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดการสร้างสรรค์ผลงานของภัทราวดี มีชูธน ศิลปินแห่งชาติ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยระเบียบวิธีวิจัยเอกสาร การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ การสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม ผลวิจัยพบว่า ชีวิตและผลงานของภัทราวดีแบ่งได้เป็น 7 ช่วงคือ (1)สั่งสมศิลปวัฒนธรรมและนาฏยศิลป์ไทยจากการเรียนและประสบการณ์ในครอบครัว (2)จากการเรียนและการแสดงในต่างประเทศ (3)การซึมซับและแสวงหาความแปลกใหม่จากการมองต่างมุมในวงการแฟชั่น (4)การสร้างความชำนาญด้วยการเข้าสู่วงการแสดงอาชีพ (5)การสร้างอาชีพการแสดงของตนเอง (6)การสร้างนักแสดงรุ่นใหม่กับแนวคิดใหม่ๆด้วยโรงเรียนการแสดงและโรงละครซึ่งเป็นพื้นที่ทดลองสร้างสรรค์ (7)สร้างแนวคิดและวิธีแสดงใหม่ด้วยการนำคุณค่าของเนื้อหารูปแบบและจารีตเดิมมาศึกษาพัฒนาจนเกิดเป็นมิติใหม่ในวงการนาฏกรรมไทย จากการวิเคราะห์ผลงานตัวอย่าง 8 เรื่องพบว่า นาฏยวิถีของภัทราวดี มีชูธน มี 10 ประการดังนี้ (1)การสร้างสรรค์โดยทำให้แตกต่างจากการแสดงจารีตเดิม (2)การใช้ปัจจัยสากลมาผสมผสานกับ"รากไทย" (3)การสร้างเนื้อหาจากวรรณกรรม เหตุการณ์ในชีวิตจริงและปัญหาสังคมรวมถึงธรรมะมาพัฒนาเป็นปัจจัยในการสร้างสรรค์ (4)การดำเนินเรื่องโดยนำสารเดิมมาตีความใหม่ด้วยมุมมองใหม่อย่างมีเหตุผล (5)การยึดหลักความสมจริงตามธรรมชาติของมนุษย์สอดคล้องกับความเป็นจริงตามธรรมชาติของโลก (6)การทำงานด้วยประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญและผู้ร่วมงานทำให้เกิดคุณภาพในการสร้างงาน (7)การคำนึงถึงความประหยัดแต่ทรงคุณค่าทางศิลปกรรม (8)การประยุกต์ใช้พหุวัฒนธรรมโดยดำรงคุณค่าเดิมไว้ในผลงานใหม่ (9)การสร้างงานที่คำนึงถึงภูมิธรรมของคนดูเป็นหลัก (10)การสร้างงานที่สอดคล้องกับพุทธธรรมที่ว่าด้วยปรโตโฆสะและโยนิโสมนสิการ ผลวิจัยนี้สามารถนำไปพัฒนาเพื่อศึกษาชีวิตและผลงานของศิลปินผู้บุกเบิกแนวทางใหม่ ๆ ในวงการนาฏกรรมต่อไป


แนวคิดการรำละครไทยตัวพระผู้หญิง, สุภาวดี โพธิเวชกุล Jan 2022

แนวคิดการรำละครไทยตัวพระผู้หญิง, สุภาวดี โพธิเวชกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดการรำละครไทยตัวพระผู้หญิง โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ วิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสาร การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ การทดลองและการสนทนากลุ่มย่อยประกอบกับประสบการณ์ของผู้วิจัยในการสอนรำไทยมากว่า 40 ปี สรุปผลการวิจัยด้วยรูปแบบพรรณนาวิเคราะห์ โดยศึกษาจากการฝึกทักษะเพลงช้าเพลงเร็ว(แบบเต็ม)และการสวมบทบาทเป็นตัวละคร(พระ)ในเรื่องอิเหนาของกรมศิลปากร ผลการวิจัยพบว่า ตัวพระผู้หญิงเริ่มเป็นตัวละครรำของหลวงในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาและรับแสดงได้ทั่วไปในรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน สำหรับการฝึกผู้หญิงให้เป็นตัวละครพระนั้นความสำคัญอยู่ที่การจัดระเบียบร่างกายที่ใช้ในการรำ 8 ส่วน ได้แก่ ศีรษะ ไหล่ ลำตัว แขน มือ นิ้วมือ ขาและเท้าให้ได้ในแบบของตัวละครพระตั้งแต่การทรงตัวตรงโดยกำหนด 5 จุดสำคัญของร่างกายได้แก่ กลางหน้าผาก ระหว่างอก สะดือและหัวไหล่ทั้ง 2 ข้างให้อยู่แนวเดียวกัน หากอยู่ในท่าผสมเท้าไหล่ที่เอียงลงมาด้านข้างจะไม่เกินเข่าที่ยืน แต่หากเป็นการก้าวเท้าปลายไหล่ที่เอียงจะไม่เกินปลายเท้าที่ก้าวหรือที่ยืน ระดับมือสูงที่สุดอยู่ที่แง่ศีรษะส่วนระดับล่างสุดมือจะอยู่ด้านหลังประมาณสะโพกและหากมีการรวมมือเข้าหาลำตัวด้านหน้าต้องกันแขนให้มีช่องว่างระหว่างข้อศอกกับลำตัวอย่างน้อย 1 ฝ่ามือ ในการเคลื่อนไหวให้ร่างกายส่วนล่างตั้งแต่สะโพกลงไปต้องตั้งตรงและนิ่งไว้สามารถย่อให้เกิดเหลี่ยมมุมกว้างตรงเข่าและยืดตัวขึ้นได้โดยมีสามัญลักษณะเฉพาะของรำไทยคือการห่มตัวหรือที่เรียกว่า “ห่มเข่า” ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนท่ารำในขณะที่ร่างกายส่วนบนจะเอนไปทางขวาหรือซ้าย จากนั้นจึงเป็นการฝึกรำเพลงช้าและเพลงเร็ว ลา ซึ่งพบว่ามีองค์ความรู้ที่เป็นหลักการรำไทย 5 ประการ คือ 1.แบบท่าขององคาพยพในการรำ 2.รูปแบบโครงสร้างท่ารำหลักและท่ารำรอง 3.วิธีการเชื่อมท่ารำ 4.วิธีการเคลื่อนไหวอย่างรำไทยและ5.การใช้พลังในการรำไทย ขั้นต่อไปเป็นการฝึกรำตีบทเพื่อพัฒนาให้สามารถสวมบทบาทเป็นตัวละครพระในการแสดงละครรำประกอบด้วยทักษะการรำอย่างตัวพระผู้หญิงจากการรำเพลงช้าเพลงเร็วและวิธีการสวมบทบาทเป็นตัวละครด้วยการตีบทแบบมีและไม่มีเนื้อร้องในบทบรรยาย บทเจรจาและบทแสดงอารมณ์รวมถึงการใช้ใบหน้าร่วมกับท่ารำเพื่อสร้างอรรถรสในการชม แนวคิดการรำไทยนี้จึงนับเป็นรากฐานและคุณูปการแก่บุคลากรในงานวิทยาการและวิชาชีพศิลปะการแสดงในสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน


การใช้อาวุธตัวยักษ์ในการแสดงโขน, สุวรักข์ อยู่แท้กูล Jan 2022

การใช้อาวุธตัวยักษ์ในการแสดงโขน, สุวรักข์ อยู่แท้กูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง การใช้อาวุธตัวยักษ์ในการแสดงโขน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการใช้อาวุธของตัวยักษ์ในการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ โดยใช้ระเบียบวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการศึกษาจากเอกสาร การสัมภาษณ์ และการสังเกตจากการแสดง โดยมุ่งเน้นให้เห็นถึงหลักการ ทฤษฎี กลวิธีและแนวทางในการปฏิบัติ การใช้อาวุธลักษณะต่าง ๆ ของตัวยักษ์ในการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ โดยศึกษารูปแบบและวิธีการปฏิบัติของครูสมศักดิ์ ทัดติ ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทยโขน ตัวยักษ์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม ผลการวิจัยพบว่า อาวุธของตัวยักษ์ในการแสดงโขน เป็นอาวุธที่มีรูปแบบที่เป็นลักษณะเฉพาะ บางส่วนได้รับอิทธิพลมาจากอาวุธที่ใช้งานจริงและบางส่วนได้นำรูปร่างและลักษณะมาจากภาพจิตรกรรมฝาผนัง อาวุธของตัวยักษ์ในการแสดงโขน สามารถแบ่งตามลักษณะของอาวุธที่ปรากฎในการแสดงโขนได้ทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ อาวุธสั้น อาวุธยาว และอาวุธพิเศษ วิธีการใช้อาวุธแต่ละประเภทก็จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับชนิดของอาวุธที่นำมาใช้ ผู้แสดงจึงต้องมีทักษะและความเชี่ยวชาญสำหรับการใช้อาวุธประกอบการแสดง ตัวยักษ์บางตน อาจจะการใช้อาวุธที่มากกว่าหนึ่งชนิด ซึ่งชนิดของอาวุธที่ใช้ก็อาจจะแตกต่างกันไปตามลักษณะหรือประเภทของอาวุธ อีกทั้งการแสดงของตัวยักษ์จะมีลักษณะที่แข็งแรงและคล่องแคล่ว ผู้แสดงตัวยักษ์จึงจำเป็นที่จะต้องรู้จักวิธีการใช้อาวุธในแต่ละประเภท เพื่อสื่อให้เห็นถึงความสวยงาม ความแข็งแรง และความสง่างามของตัวละครที่ใช้อาวุธในขณะที่ทำการแสดง โดยเฉพาะยักษ์ที่เป็นตัวละครเอก การใช้อาวุธในการแสดงของตัวยักษ์ในการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ จึงเป็นหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับการแสดง และเป็นกระบวนที่ผู้แสดงสามารถอวดฝีมือการใช้อาวุธของตัวยักษ์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ


Learning Robot Motion From Creative Human Demonstration, Charles C. Dietzel Jan 2022

Learning Robot Motion From Creative Human Demonstration, Charles C. Dietzel

Theses and Dissertations

This thesis presents a learning from demonstration framework that enables a robot to learn and perform creative motions from human demonstrations in real-time. In order to satisfy all of the functional requirements for the framework, the developed technique is comprised of two modular components, which integrate together to provide the desired functionality. The first component, called Dancing from Demonstration (DfD), is a kinesthetic learning from demonstration technique. This technique is capable of playing back newly learned motions in real-time, as well as combining multiple learned motions together in a configurable way, either to reduce trajectory error or to generate entirely …


Women Dancers Of Color Decolonizing Knowledge Production Through Performance, Mio Yoshizaki Jan 2022

Women Dancers Of Color Decolonizing Knowledge Production Through Performance, Mio Yoshizaki

All Graduate Theses, Dissertations, and Other Capstone Projects

This thesis focuses on how women dancers of color (WDoC) decolonize the process of knowledge production through performance. Through a feminist perspective, this research analyzes the ways WDoC use dance and movement to share their voices as women of color. The American concert dance industry was established based on Western perspectives. When WDoC create performances about their own lived experiences, dance plays a role in decolonizing the process of knowledge production by portraying their unique perspectives and culture through movement. Focus group discussions with women of color who perform in a midwestern metro area were selected as a method for …


Breaking Barriers: Creating Inclusive Dance Spaces For High School Students With Cerebral Palsy, Samantha Michelle Barnewolt Jan 2022

Breaking Barriers: Creating Inclusive Dance Spaces For High School Students With Cerebral Palsy, Samantha Michelle Barnewolt

Dance (MFA) Theses

Abstract This thesis explores the power of positive mindsets as it relates to creative movement development in dance for students living with Cerebral Palsy (CP) who also use motorized wheelchairs. This research dives into the development of movement mantras used to break negative mindsets and create thinking strategies that encourage movement development for varied bodies. As a result of collaborative efforts between the researcher, a student living with CP, and students living without CP, this study reveals that through the removal of mental barriers which complicate the accessibility of intentional movement in dance, students with CP may overcome obstacles that …


Honor Thyself, Alonzo O. Williams Jan 2022

Honor Thyself, Alonzo O. Williams

Dance (MFA) Theses

The black male experience and identity in America are filled with complexity. We struggle to know ourselves. We work to see the way of love and the peace of an unviolated free spirit. We want to engage with ourselves with the highest degree of freedom and comfort, not to continue to question our identity in a life-threatening white patriarchal masculinity ideal. Honoring oneself from the lenses of the Reconstruction era of the United States is essential. Reconceptualizing this history explores the significance of emphasizing Reconstruction in my life as a black male to go through a process of self-discovery and …


Traces: Embodied Ephemera From Here To There, Alice Svetic Jan 2022

Traces: Embodied Ephemera From Here To There, Alice Svetic

Dance (MFA) Theses

This thesis work explores contemporary queer dance making through the concept of ephemera - what is left after performances "end." Taking heavy inspiration from José Esteban Muñoz's Cruising Utopia: the then and there of queer futurity, the research situates one young queer dance maker’s own past, present, and future choreographies as a site for the extraction of queer embodied experience. The textual and written research culminates in a gallery installation which houses a series of vignettes that act as preserved documents of these queer performance histories. The live performance calls the alive, dancing body into the conversation of the ephemeral. …


Healing Through Mother Earth, Taylor A. Russell Jan 2022

Healing Through Mother Earth, Taylor A. Russell

Dance (MFA) Theses

This thesis deals with mental health, with a focus on Black women. Historically, Black women are often so compromised, being constant caregivers and helping everyone else, that they forget to help themselves, not having the time and financial means to do so. If we go back in the time of slavery, many Black women were taking care of slave owners' children and suckling the white women’s babies instead of their own. By the time they got home and after diligently caring for other people’s children they were focused on their own children, who they had been away from for hours …


The Means To Escape, Devonn Mckenna Jan 2022

The Means To Escape, Devonn Mckenna

Dance (MFA) Theses

This research interrogates what it means to utilize escapism, transforming it from passive to active consumption, drawing strong ties between performance and social media. Through audience awareness and participation, this research aims to cultivate a social collective within performance viewing and social media. Framing escapism as a social collective experience resists contemporary notions suggesting that escapism is an individual experience. This work argues that social media and performance have become a space allowing for social collective awareness. Thus, escaping together is the only way to move forward.


Tapping In: A Movement Meditation For Wellness, Victoria Rodriguez Jan 2022

Tapping In: A Movement Meditation For Wellness, Victoria Rodriguez

Dance (MFA) Theses

Victoria Rodriguez’s thesis paper and accompanying video explore the somatic movement sequence Tapping In. Tapping In was born to facilitate the mind-body connection, muscular balance, and flexibility as well as implement tools for the physical and mental release of trauma. The written manifestation explores the practices that allowed for the creation of the Tapping In movement sequences such as Pilates, Yoga, Emotional Freedom Technique, Physical Therapy, and more. Each method provides a unique and valuable stance on navigating the previously mentioned goals, but no single technique led to the results Victoria was looking for. As a result, it is through …


Different Versions Of Myself, Anya Smith Jan 2022

Different Versions Of Myself, Anya Smith

Undergraduate Theses, Professional Papers, and Capstone Artifacts

This is a research-informed screenplay exploring the relationship between religion and recreational pole dancing. While the popularity of recreational pole dancing has grown over the last two decades, it remains a controversial topic in some circles. This study employed interviews, autoethnography, and a literature review to examine the tensions between pole dancing and religion. Creative Analytic Practice was employed as a method of evaluating and presenting the research, which culminated in a fictional screenplay.

The story is about Louise, a young woman caught between two worlds. She feels pressured to conceal her recreational pole dancing activities in order to retain …


Choreographing The Line: Exploring The Art/Obscenity Paradox Of Feminine Sexuality Within The Context Of Recreational Pole Dance, Cameron Boucher-Khan Jan 2022

Choreographing The Line: Exploring The Art/Obscenity Paradox Of Feminine Sexuality Within The Context Of Recreational Pole Dance, Cameron Boucher-Khan

Scripps Senior Theses

This project seeks to explore the relationships between pole dance and pole fitness, art and obscenity and respectability as it relates to work, class, and social systems. It analyzes the way female sexuality is accepted or rejected within society and explores the boundaries between the two through the staging of pole and contemporary dance. The dichotomy between art and obscenity is explored in the relationship between stripper pole dance, and the fast-growing pole fitness community. Within this relationship, strippers are demonized as obscene, while pole fitness dancers' labor is viewed as artistic, despite the sexuality present in both. The difference …


Tap Dance In Post-Secondary Dance Education: Why Is It Disappearing And How Can We Fix It, Natalie Riddick Jan 2022

Tap Dance In Post-Secondary Dance Education: Why Is It Disappearing And How Can We Fix It, Natalie Riddick

Dance Department Best Student Papers

Tap dance is an artform that is rapidly declining in popularity in dance training, especially in post-secondary dance education. To answer the questions of how and why a quintessentially American artform has so faded in dance teachings, this paper analyzes the history of tap and its creation by marginalized individuals, the Eurocentric legacies that influence our definitions of 'technique' in dance training, and how tap dance is currently being taught today. Evidence for the conclusions of this paper include current discussions of tap among dancers and dance educators as well as a review of recent scholarship on the history of …


So You Think You Know Dance?: Fundamentals Of Dance, Mary Francis “Cissy” Whipp, Roshanda Spears, Susan Perlis, Vanessa Kanamoto, Peter Klubek (Editor) Jan 2022

So You Think You Know Dance?: Fundamentals Of Dance, Mary Francis “Cissy” Whipp, Roshanda Spears, Susan Perlis, Vanessa Kanamoto, Peter Klubek (Editor)

Open Educational Resources

No abstract provided.


รำโจ๋ง ตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์, นิศากานต์ ชอุ่ม Jan 2022

รำโจ๋ง ตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์, นิศากานต์ ชอุ่ม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ หัวข้อ รำโจ๋ง ตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความเป็นมาของการละเล่นรำโจ๋ง และศึกษากระบวนท่ารำ องค์ประกอบของการละเล่นรำโจ๋ง ตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้วิจัยใช้กระบวนการวิจัย จากการศึกษาข้อมูลเอกสารงานวิจัย การสัมภาษณ์ และการลงพื้นที่สังเกตการณ์การแสดง ผลการวิจัยพบว่า รำโจ๋ง มีพัฒนาการมาจากรำโทน ประมาณหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยนายธวัช ธูปมงคล ได้นำการละเล่นรำโจ๋ง เข้ามาแสดงในหมู่บ้าน เป็นที่นิยมสืบต่อกันมา แสดงในเทศกาลวันสงกรานต์ ประมาณปี พ.ศ. 2562 คุณกาญจนา ทองมา ผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลกาญจนา ได้นำการละเล่นรำโจ๋ง เป็นหลักสูตรการอบรมให้กับนักเรียน และปี พ.ศ. 2564 ถึงปัจจุบัน วัฒนธรรมอำเภอวิเชียรบุรีได้จัดสรรงบประมาณ โครงการอบรมการแสดงรำโจ๋งให้กับตัวแทนนักเรียนใน ระดับอนุบาลถึงชั้น ประถมศึกษา ในเขตอำเภอท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เรียนรู้และสืบทอดการแสดง จากผู้เชี่ยวชาญการแสดงรำโจ๋งให้อยู่สืบต่อ ลักษณะการรำโจ๋ง แบ่งผู้รำเป็น สองฝ่าย ฝ่ายชาย สมมุติเป็นวัว รำอยู่วงใน ฝ่ายหญิง เป็นผู้ต้อนวัว รำอยู่วงนอก รำเป็นวงทวนเข็มนาฬิกา ท่ารำ คล้ายกับการต้อนวัวเข้าคอก ประกอบการตีโทน เป็นจังหวะ การแต่งกายผู้แสดงชายสวมเสื้อคอกลม นุ่งโจงกระเบน ผ้าขาวม้าคาดเอว ผู้แสดงหญิงสวมเสื้อแขนยาว ห่มสไบ นุ่งโจงกระเบน การละเล่นพื้นบ้านรำโจ๋ง ปัจจุบันมีการถ่ายทอด และสืบทอดท่ารำ เป็นหลักสูตรในโรงเรียน เพื่ออนุรักษ์ให้การแสดงท้องถิ่น ตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้คงองค์ความรู้สืบทอดต่อไป


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ไทยร่วมสมัยที่สะท้อนความรักของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ, อดิศร มหาสัทธา Jan 2022

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ไทยร่วมสมัยที่สะท้อนความรักของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ, อดิศร มหาสัทธา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ไทยร่วมสมัยที่สะท้อนความรักของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศเป็นวิจัยแบบผสมผสานประกอบด้วยการค้นคว้าเอกสาร การสัมภาษณ์ การสังเกต และการสร้างสรรค์ผลงานนาฏยศิลป์ ผลการศึกษาพบว่าปัจจุบันนอกจากการครองคู่กันระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงยังปรากฏการครองคู่กันระหว่างบุคคลเพศเดียวกันซึ่งจัดอยู่ในความหลากหลายทางเพศ การครองรักกันระหว่างผู้ชายกับผู้ชายได้ถูกเปิดเผยให้เป็นที่รับรู้อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะสื่อความบันเทิงรูปแบบละครชุดหรือเรียกว่า “ซีรีส์วาย” ส่วนความเชื่อเรื่อง “ด้ายแดง” ที่กล่าวถึงผู้เฒ่าจันทราผู้กำหนดชะตาชีวิตใช้ด้ายแดงเชื่อมโยงดวงจิตของ 2 คนให้ผูกพันธ์และรักกัน แม้ทั้งคู่สิ้นชีวิตลงไปเกิดในภพภูมิใหม่ด้ายแดงนี้ก็ยังเชื่อมโยงให้ทั้งคู่กลับมารักและครองคู่กัน ในประเทศไทยได้มีการนำความเชื่อเรื่อง “ด้ายแดง” มาประพันธ์เป็นบทละครและสร้างขึ้นเป็น “ซีรีย์วาย” ผู้วิจัยได้นำข้อมูลการครองรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชายและนำแรงบันดาลใจจากความเชื่อเรื่อง “ด้ายแดง” มาผนวกเข้าด้วยกันเพื่อสร้างสรรค์เป็นนาฏยศิลป์ไทยร่วมสมัยเรื่อง “ลิขิต” มีกระบวนการสร้างสรรค์ประกอบด้วย 1) การสร้างแนวคิดเพื่อกำหนดขอบเขตเนื้อหาและรูปแบบการแสดง 2) การกำหนดโครงเรื่องโดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วง 3) การกำหนดตัวละครและคัดเลือกนักแสดง 4) การออกแบบดนตรี 5) การออกแบบลีลาท่าทาง 6) การออกแบบเครื่องแต่งกาย 7) การเผยแพร่การแสดง การแสดงเรื่อง “ลิขิต” เป็นการเปิดมิติใหม่สำหรับการทำความเข้าใจประเด็นความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะการครองคู่กันของบุคคลเพศเดียวกันผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ทางนาฏยศิลป์ เป็นหนึ่งในแนวทางการนำเสนอข้อมูลหรือความคิดอันเป็นนามธรรมให้กลายเป็นรูปธรรมที่สามารถสัมผัสรับรู้และเป็นที่เข้าใจได้