Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Social and Behavioral Sciences (6253)
- Environmental Studies (5050)
- Arts and Humanities (3291)
- Anthropology (3062)
- History (2620)
-
- History of Art, Architecture, and Archaeology (2323)
- American Studies (2316)
- United States History (2291)
- Other Arts and Humanities (2279)
- Archaeological Anthropology (2272)
- American Material Culture (2263)
- Other American Studies (2263)
- Other History of Art, Architecture, and Archaeology (2263)
- Communication (1523)
- Sociology (1006)
- Law (912)
- Life Sciences (747)
- Mass Communication (705)
- Journalism Studies (704)
- Physical Sciences and Mathematics (688)
- Critical and Cultural Studies (621)
- Education (595)
- Business (522)
- Geography (507)
- Environmental Sciences (475)
- Engineering (386)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (353)
- Environmental Law (328)
- Economics (325)
- Animal Sciences (299)
- Institution
-
- Stephen F. Austin State University (2267)
- Chulalongkorn University (795)
- San Jose State University (722)
- University of South Florida (581)
- Lindenwood University (499)
-
- Colby College (369)
- Brigham Young University (212)
- University of Arkansas, Fayetteville (204)
- Cal Poly Humboldt (196)
- Universitas Indonesia (168)
- University of New Mexico (161)
- Valparaiso University (159)
- Old Dominion University (140)
- University of Dar es Salaam (95)
- Wilfrid Laurier University (92)
- University of Montana (89)
- Saint Mary's College of California (80)
- University of Richmond (79)
- TÜBİTAK (77)
- Bryant University (74)
- Utah State University (68)
- Gettysburg College (65)
- Southern Illinois University Carbondale (65)
- University of Denver (65)
- Wayne State University (65)
- Pace University (60)
- Claremont Colleges (57)
- Macalester College (57)
- Kennesaw State University (56)
- University of Colorado Law School (56)
- Keyword
-
- Texas (1966)
- Archaeology (1774)
- Newspaper (699)
- Spartan Daily (699)
- CAR (475)
-
- Caddo (460)
- American Southeast (423)
- Bexar County (268)
- Environment (146)
- Sustainability (102)
- Climate change (96)
- Poetry (84)
- Maine (81)
- Art (68)
- Fiction (66)
- Environmental art (63)
- Environmental writing (62)
- Nonfiction (62)
- TxDOT (56)
- Harris County (50)
- San Antonio (47)
- Williamson County (47)
- Texas Archeology (46)
- Travis County (45)
- Conservation (43)
- Envirome (40)
- Sustain (40)
- Pollution (39)
- Linfield Magazine (36)
- Environmental justice (35)
- Publication Year
- Publication
-
- Index of Texas Archaeology: Open Access Gray Literature from the Lone Star State (2262)
- Applied Environmental Research (777)
- Spartan Daily (School of Journalism and Mass Communications) (699)
- Journal of International and Global Studies (496)
- Atlas of Maine (194)
-
- Colby Magazine (165)
- Discovery, The Student Journal of Dale Bumpers College of Agricultural, Food and Life Sciences (163)
- Midwest Social Sciences Journal (135)
- Natural Resources Journal (127)
- Great Basin Naturalist (88)
- Condor (79)
- The Goose (74)
- Bryant University Undergraduate Journal (73)
- Marine Ornithology (69)
- The International Journal of Ecopsychology (IJE) (69)
- Academic Catalog (68)
- The Auk (68)
- Bird Observer (67)
- Green Humanities: A Journal of Ecological Thought in Literature, Philosophy & the Arts (66)
- Camas (62)
- Western North American Naturalist (60)
- Humboldt Geographic (58)
- Pace Environmental Law Review (51)
- Pacific Studies (50)
- Wilson Bulletin (50)
- Elephant (49)
- Journal of Contemporary Water Research and Education (49)
- The Mercury (45)
- The Journal of Social Encounters (43)
- Human–Wildlife Interactions (42)
- File Type
Articles 1 - 30 of 10664
Full-Text Articles in Entire DC Network
ความชุกชุมแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดโนแฟลกเจลเลตในพื้นที่ชายฝั่งทะเล อำเภอบ้านแหลมและอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี, ทิพย์วรรณ แซ่มา, วิษณุ นิยมไทย, วรินธา วศินะเมฆินทร์
ความชุกชุมแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดโนแฟลกเจลเลตในพื้นที่ชายฝั่งทะเล อำเภอบ้านแหลมและอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี, ทิพย์วรรณ แซ่มา, วิษณุ นิยมไทย, วรินธา วศินะเมฆินทร์
Applied Environmental Research
การศึกษาความชุกชุมแพลงก์ตอนพืชชั้น Dinophyceae พื้นที่ชายฝังทะเล อำเภอบ้านแหลมและอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่เดือนเมษายน 2548 ถึงเดือนมีนาคม 2549 ด้วยวิธี Sedgewick Rafter total cell counting พบแพลงก็ตอนพืชกลุ่มไดโนแฟลกเจลเลตทั้งหมด 15 สกุล ซึ่งจำนวน 7 สกุล ได้แก่ Ceratium, Dinophysis, Gymnodinium, Peridinium, Prorocentrum, Protoperidinium และ Pyrophacus ตรวจพบได้ในทุกพื้นที่ เปรียบเทียบความชุกชุมระหว่างพื้นที่และเวลา พบว่า ชายฝังทะเล อำเภอชะอำมีความชุกชุมแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดโนแฟลกเจลเลตมากกว่าพื้นที่อำเภอบานแหลม และความชุกชุมในช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ(ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายนถึงเมษายน) มากกว่าช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้(ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม)การจัดลำดับสกุลเด่นพบ Ceratium, Protoperidinium, และ Peridinium เป็นสกุลเด่น 3 ลำดับแรก ของ พื้นที่ศึกษา และชุกชุมกว่า Noctiluca ใน ทุกสถานีเก็บตัวอย่างตลอดช่วงเวลาศึกษาตลอดระยะเวลาการศึกษา ไม่พบการเกิดปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสี อย่างไรก็ตาม มีการตรวจพบแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดโนแฟลกเจลเลตหลายสกุลที่อาจผลิตสารชีวพิษ อาทิ Alexandrium, Ceratium, Dinophysis, Gymnodinium, Peridinium, Prorocen-trum, Protoperidinium และ Pyrodinium.
Spatio-Temporal Changes In Total Annual Rainfall And The Annual Number Of Rainy Days In Thailand, Atsamon Limsakul, Sangchan Limjirakan, Boonchob Suthamanuswong
Spatio-Temporal Changes In Total Annual Rainfall And The Annual Number Of Rainy Days In Thailand, Atsamon Limsakul, Sangchan Limjirakan, Boonchob Suthamanuswong
Applied Environmental Research
Rainfall variability is a critical factor for Thailand’s socio-economic development. Thus, enhancing understanding of rainfall mechanisms and its variability is of paramount importance for effective strategies for tackling the severe droughts/floods which are memorable and a recurring problem in Thailand. Through this study, we examined the variability of total annual rainfall (Rtotal) and the annual total number of rainy days (Rday) in Thailand during 1951-2003, using an Empirical Orthogonal Function (EOF) analysis. The primary objective is to determine the dominant spatiotemporal patterns, and to illustrate their connection with the El Nino-Southern Oscillation (ENSO). The results revealed …
การใช้ตัวกรองชีวภาพไนตริฟิเคชันในการบำบัดไนโตรเจนในถังเลี้ยงสัตว์น้ำกลางแจ้ง, มะลิวัลย์ คุตะโค, บุปผา ศรีสัมฤทธิ์, จันทิมา อานทอง, สรวิศ เผ่าทองศุข, เปี่ยมศักดิ์ เมนะเศวต
การใช้ตัวกรองชีวภาพไนตริฟิเคชันในการบำบัดไนโตรเจนในถังเลี้ยงสัตว์น้ำกลางแจ้ง, มะลิวัลย์ คุตะโค, บุปผา ศรีสัมฤทธิ์, จันทิมา อานทอง, สรวิศ เผ่าทองศุข, เปี่ยมศักดิ์ เมนะเศวต
Applied Environmental Research
งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของตัวกรองชีวภาพไนตริฟิเคชันในการบำบัดแอมโมเนียในถังเลี้ยงกุ้งทะเลรูปแบบบ่อไร้ดินกลางแจ้ง โดยในการทดลองแรกเป็นการศึกษาผลของตัวกรองชีวภาพต่อการบำบัดสารอนินทรีย์ไนโตรเจนซึ่งทำในถังขนาด 7.5 ลิตร ที่มีน้ำทะเลความเค็ม 28 พีเอสยู ชุดทดลองประกอบด้วยถังบรรจุน้ำทะเลและชุดตัวกรองชีวภาพซึ่งมีลักษณะเป็นท่อพลาสติกพีวิชีที่บรรจุใยกรอง "ใบโอโพลิมา" ไว้ภายในก่อนเริ่มการทดลองจะต้องทำการเตรียมสภาพตัวกรอง โดยแช่ตัวกรองไว้ในน้ำทะเลที่มีแอมโมเนียมคลอไรด์ความเข้มข้น 2 มก.ไนโตรเจน/ลิตร เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน ผลการศึกษาพบว่าหลังจากเติมอาหารกุ้งน้ำหนัก 0.51 ก. ลงในถังเพื่อเป็นแหล่งของไนโตรเจน จะพบการสะสมของแอมโมเนียและไนไตรต์ในถังชุดควบคุมที่ไม่มีตัวกรองชีวภาพ ในขณะที่ตัวกรองชีวภาพที่ผ่านการเตรียมสภาพมาแล้วในถังชุดทดลองสามารถบำบัดแอมโมเนียและไนไตรต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในสภาวะแวดล้อมที่ได้รับแสงและในที่มืด การทดลองที่สองเป็นการทดลองในระบบเช่น เดียวกับการทดลองแรกแต่มีการเติมอาหารกุ้งทุกสามวันเพื่อเพิ่มปริมาณไนโตรเจนที่ เข้าสู่ระบบผลการทดลองชี้ให้เห็นว่าตัวกรองชีวภาพไนตริฟิเคชันสามารถป้องกันการเกิดปฏิกิริยาไนตริฟิเคชันที่ไม่สมบูรณ์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุดทดลองที่เป็นถังกลางแจ้งที่มีการพรางแสง และผลการทดลองยังแสดงให้เห็นบทบาทร่วมกันของแพลงก์ตอนพืชและตัวกรองชีวภาพ ไนตริพีเคชันที่เปลี่ยนแอมโมเนียไปเป็นมวล ชีวภาพ (แพลงก์ตอนพืช) และไปเป็นไนเตรต (กระบวนการไนตริฟิเคชันของแบคทีเรีย) การทดลองสุดท้ายเป็นการประเมินบทบาทของตัวกรองชีวภาพในถังเลี้ยงกุ้งกุลาดำกลางแจ้ง โดยทำการเลี้ยงกุ้งกุลาดำจำนวน 6 ตัว ในถังบรรจุน้ำทะเล ปริมาตร 120 ลิตร เปรียบเทียบระหว่างชุด ควบคุมและชุดทดลองที่มีตัวกรองชีวภาพทำการทดลองเลี้ยงกุ้งเป็นเวลา 26 วัน ผลการศึกษาพบการสะสมของแอมโมเนียและไนไตรต์ในถังชุดควบคุม โดยความเข้มข้นสูงสุดเท่ากับ 1.90 มก.แอมโมเนียมไนโตรเจน/ลิตร และ 12.95 มก.ไนไตรต์ไนโตรเจน/ลิตร ตามลำดับ นอกจากนี้ยัง พบการบลูมของแพลงก์ตอนพืชในถังชุดควบคุมซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ลดปริมาณ แอมโมเนียในน้ำ ในขณะที่ตัวกรองชีวภาพ ในถังชุดทดลองสามารถเปลี่ยนแอมโมเนียไปเป็นไนเตรตได้อย่างรวดเร็วโดยเป็นกระบวนการไนตริฟิเคชันแบบสมบูรณ์ ดังนั้นการบำบัดแอมโมเนียที่เกิดขึ้นจึงเกิด จากกระบวนการไนตริฟิเคชันเป็นหลักและเกิดจากการบำบัดโดยแพลงก์ตอนพืชเพียงเล็กน้อย ส่งผลให้คุณภาพน้ำในถังชุดทดลองดีกว่าถังชุดควบคุม ผลการศึกษานี้ได้แสดงให้เห็นความเป็นไปได้ของการใช้ตัวกรองชีวภาพไนตริฟิเคชันเพื่อการบำบัด แอมโมเนียในบ่อไร้ดินกลางแจงเพื่อการ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
ความเข้มข้นและองค์ประกอบทางเคมีของฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน ในบรรยากาศจังหวัดสมุทรปราการ, กัลยกร ตั้งอุไรวรรณ, สุรัตน์ บัวเลิศ, วงศ์พันธ์ ลิมปเสนีย์
ความเข้มข้นและองค์ประกอบทางเคมีของฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน ในบรรยากาศจังหวัดสมุทรปราการ, กัลยกร ตั้งอุไรวรรณ, สุรัตน์ บัวเลิศ, วงศ์พันธ์ ลิมปเสนีย์
Applied Environmental Research
ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เป็นสารมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ นอกจากนี้ยังพบว่าภายในฝุ่นละอองยังประกอบไปด้วยองค์ประกอบทางเคมีหลากหลายชนิด ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าวสามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้เพื่อบอกแนวโน้มของแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองได้ ดังนั้นการศึกษาวิจัยครั้งนี้จึงมุ่งเน้นศึกษาความเข้มข้นและองค์ประกอบทางเคมีของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน ในบรรยากาศบริเวณจังหวัดสมุทรปราการ โดยมีพื้นที่ศึกษาวิจัยทั้งหมด 4 แห่ง ซึ่งได้แก่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศศูนย์พื้นฟูอาชีพและสถานสงเคราะห์คนพิการ พระประแดง โรงเรียนวัดกิ่งแก้ว โรงเรียน คลองเจริญราษฎร์ และโรงเรียนปากคลอง มอญ
ผลการศึกษาความเข้มขันของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน ในบรรยากาศพบว่า ความเข้มข้นเฉลี่ยของฝุ่นละอองช่วงฤดูแล้งของทุกพื้นที่ศึกษามีค่าสูงกว่าช่วงฤดูฝนโดยพบว่าความเข้มข้นเฉลี่ย ของฝุ่นละอองในช่วงฤดูแล้งจะมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 60.86 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ช่วงฤดูฝนจะมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 39.29 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งพบว่ามีค่าลดลงประมาณร้อยละ 14-51 ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากกระบวนการการชะล้างของฝน นอกจากนี้ยังพบว่าบริเวณพื้นที่ศึกษาที่มีการดำเนินกิจกรรมหลายประเภท อาทิเช่น กิจกรรมจากโรงงานอุตสาหกรรม การก่อสร้าง และการจราจร จะมีแนวโน้มความเข้มข้น เฉลี่ยของฝนละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน ที่ค่อนข้างสูงกว่าบริเวณพื้นศึกษาที่มีการดำเนินกิจกรรมประเภทเกษตรกรรมทั้งสองช่วงฤดู
ผลการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของฝนละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน พบว่าองค์ประกอบทางเคมีในพื้นที่ศึกษาทั้ง 4 แห่ง พบว่า องค์ประกอบทางเคมีที่พบส่วนใหญ่ทั้งในฤดูแล้งและฤดูฝน ได้แก่ Al, Si, Fe, S, Cl, OC, EC, SO42-, NO3-, Cl-, K+, Na+, NH4+ ทั้งนี้คาดว่าองค์ประกอบดังกล่าวน่าจะมีแนวโน้มมาจากแหล่งกำเนิดประเภทอุตสาหกรรมอาทิเช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงหรือจากกระบวนการผลิต นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มมาจากยานพาหนะ การเผาขยะอุตสาหกรรมการเผาไหม้ชีวมวล ฝุ่นดินและฝุ่นถนน รวมทั้งจากละอองไอทะเล
แบคทีเรียในอากาศบริเวณที่มีการสัญจรหนาแน่นของกรุงเทพมหานคร, ฆริกา คุ้มไทย, นพภาพร พานิช, ชาญวิทย์ โฆษิตานนท์
แบคทีเรียในอากาศบริเวณที่มีการสัญจรหนาแน่นของกรุงเทพมหานคร, ฆริกา คุ้มไทย, นพภาพร พานิช, ชาญวิทย์ โฆษิตานนท์
Applied Environmental Research
จากการศึกษาแบคทีเรียในตัวอย่างอากาศบริเวณใต้สถานีรถไฟท้า BTS สยามสแควร์และบริเวณจุดเปรียบเทียบปรับใต้ทางด่วนพระรามสี่ โดยมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่เปรียบเทียบ ตั้งแต่เดือน สิงหาคม 2544 - มกราคม 2545 ด้วย เทคนิค Liquid Impingement และเลี้ยง แบคทีเรียบนอาหารเลี้ยงเชื้อ Nutrient Agar และ Blood Agar พบว่าในฤดูฝนปริมาณแบคทีเรียในอากาศบริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS สยามสแควร์ สูงกว่าบริเวณจุดเปรียบเทียบปรับใต้ทางด่วนพระรามสี่และบริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ส่วนในฤดูแล้งปริมาณแบคทีเรียในอากาศบริเวณจุดเปรียบเทียบปรับใต้ทางด่วนพระรามสี่สูงกว่าใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS สยามสแควร์และบริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) นอกจากนี้ยังพบว่าบริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและใต้สถานีรถไฟท้า BTS สยามสแควร์ มีปริมาณแบคทีเรียในอากาศในฤดูฝนไม่แตกต่างจากฤดูแล้ง แต่บริเวณจุดเปรียบเทียบปรับใต้ทางด่วนพระรามสี่มีปริมาณแบคทีเรียในอากาศในฤดูฝนน้อยกว่าปริมาณแบคทีเรียในอากาศในฤดูแล้งอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) จากปฏิกิริยาการสลายเม็ดเลือดแดง บนอาหารเลี้ยงเชื้อ Blood Agar จาก ตัวอย่างทั้ง 3 แห่ง พบแบคทีเรียชนิด γ-hemolysis มากที่สุด (68.36%) รองลงมา คือ β-hemolysis (29.78%) และ α-hemolysis (1.89%) ตามลำดับ จากการศึกษานี้พบว่าปัจจัยที่คาดว่าน่าจะมีผลต่อปริมาณแบคทีเรียในอากาศได้แก่ การปิดครอบบริเวณสัญจร การจราจร จำนวนคนฤดูกาล และ ทิศทางลม
The Use Of Phyllanthus Reticulatus For Removal Of Hexavalent Chromium From Contaminated Soil, Sutinee Wadesirisak, Pantawat Sampanpanish
The Use Of Phyllanthus Reticulatus For Removal Of Hexavalent Chromium From Contaminated Soil, Sutinee Wadesirisak, Pantawat Sampanpanish
Applied Environmental Research
The possibility of using phytoremediation with weed plant species in Thailand to remove chromium (Cr) from soil was conducted. The weed plant species were studied because they have no value and are burdens to the environment as agriculture waste. Phyllanthus reticulatus was chosen for this ability to accumulate total chromium (TCr). This plant species was studied in pots at a nursery. TCr accumulation capacities of roots, stems and leaves on this plant was 390.6, 61.5 and 58.7 mg/kg of plant on a dry weight basis at days 30, respectively, at a pulse hexavalent chromium [Cr(VI)] concentration. The Cr(III) uptake by …
การบูรณาการทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้ำและทรัพยากรมนุษย์อย่างยั่งยืน, ทวีวงศ์ ศรีบุรี
การบูรณาการทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้ำและทรัพยากรมนุษย์อย่างยั่งยืน, ทวีวงศ์ ศรีบุรี
Applied Environmental Research
ความสมดุลและความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติเป็นสิ่งที่มนุษยชาติต้องการ การใช้ทรัพยากรอย่างไม่มี ประสิทธิภาพและขาดการพิจารณาในด้านการอนุรักษ์ โดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรดินและทรัพยากรน้ำ ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมในพื้นที่ลุ่มน้ำ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม เช่น การเกิดอุทกภัยอย่างฉับพลันในฤดูฝนและภาวะแห้งแล้งอย่างรุนแรงในฤดูแล้ง รวมทั้งคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำหลายๆ แห่งไม่เหมาะสมแก่การบริโภคอุปโภค การเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม
การจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำที่ผ่านมา ทั้งหน่วยงานของรัฐและประชาชนต่างก็คิดว่าปริมาณทรัพยากรน้ำมีมากมาย และเหลือเฟือใครๆ ก็สามารถนำทรัพยากรน้ำมาใช้สำหรับกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะทุกคนต่างคิดว่าปริมาณน้ำที่ถูกนำมาใช้ไม่มีต้นทุน แต่จากการพัฒนาและความเจริญของประเทศอย่างรวดเร็ว ทำให้มีการใช้ทรัพยากรน้ำ อย่างฟุ่มเฟือยและไม่มีประสิทธิภาพ ในปัจจุบันบางลุ่มน้ำได้แสดงให้เห็นถึงความ ขัดแย้งลักษณะต่างๆ ซึ่งต่อไปในอนาคตทรัพยากรน้ำจะขาดแคลนและก่อให้เกิด ปัญหาของความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จึงจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องหามาตรการในการจัดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากรน้ำที่เด่นชัด
ในขณะที่ปัจจุบันมีทฤษฎีที่สำคัญ คือ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ที่พยายามแนะให้ประชาชนอยู่แบบเศรษฐกิจพอเพียง แต่กว่าที่จะมีการคำนึงถึงทฤษฎีนี้หรือนำไปปฏิบัติ บางพื้นที่ก็อาจจะสายไปแล้ว การที่จะแก้ไขให้สิ่งแวดล้อมมีสภาพเหมือนเดิมหรือทำให้ ประชาชนมีรายได้หรือคุณภาพชีวิตดีขึ้น ก็ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ ระยะเวลา และงบประมาณค่อนข้างสูง และเพื่อให้การพิจารณาแก้ไขปัญหาทั้งหมดมีประสิทธิภาพ ต้องมีการวิเคราะห์ปัญหาทั้งพื้นฐานและเพื่อความยั่งยืนของการพัฒนาแบบบูรณาการ
จากความสำคัญของทรัพยากรพื้นฐาน โดยเฉพาะทรัพยากรดินและทรัพยากรน้ำ จำเป็นจะต้องนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาพิจารณา เพราะพระองค์ทรงห่วงใยประชาชน รวมทั้งยังได้เสนอแนวทาง เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานของความอยู่ดีกินดีของประชาชน ดังนั้นแนวทางการบริหารจัดการและการใช้ประโยชน์ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ ต้อง พิจารณาองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องในทุกๆ ด้าน นำไปพิจารณาและวิเคราะห์อย่างถ่องแท้ ทั้งองค์ประกอบพื้นฐานและองค์ประกอบเพื่อความยั่งยืน เพื่อให้เกิดแนว ปฏิบัติที่เป็นไปตามเศรษฐกิจพอเพียงตาม แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
การศึกษาคุณภาพอากาศจังหวัดเชียงใหม่ระหว่างเดือน ตุลาคม 2546 ถึง กันยายน 2547, ลดาวัลย์ วัฒนะจีระ, ทรงวุฒิ เป็นพนัสสัก, โยฮัน มะอาลี
การศึกษาคุณภาพอากาศจังหวัดเชียงใหม่ระหว่างเดือน ตุลาคม 2546 ถึง กันยายน 2547, ลดาวัลย์ วัฒนะจีระ, ทรงวุฒิ เป็นพนัสสัก, โยฮัน มะอาลี
Applied Environmental Research
ข้อมูลคุณภาพอากาศในจังหวัดเชียงใหม่ระหว่างเดือนตุลาคม 2546 ถึงเดือน กันยายน 2547 ได้เก็บรวบรวมจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษ และถูกนำมาวิเคราะห์เปรียบ เทียบกับมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศ เพื่ออธิบายแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพอากาศ และ บอกภาพรวมของผลกระทบคุณภาพอากาศที่มีต่อสุขภาพ
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวม จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศอัตโนมัติ ในจังหวัดเชียงใหม่ 2 สถานี คือ ศูนย์ราชการ จังหวัดเชียงใหม่ (CM35t) และโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย (CM36t) ซึ่งตรวจวัดสาร มลพิษทางอากาศ 5 ชนิด พบว่าค่าความเข้มข้นเฉลี่ย 1 ชั่วโมง และ 8 ชั่วโมง สูงสุดของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ค่าความเข้มข้นเฉลี่ย 1 ชั่วโมง สูงสุดของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ และค่าความเข้มข้นเฉลี่ย 1 ชั่วโมง และ 24 ชั่วโมง สูงสุดของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์มีค่าไม่เกินมาตรฐาน และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงค่าความเข้มข้นสูงสุดในรอบวัน เกิดในช่วงเวลาประมาณ 07.00-11.00 น. และ 18.00-24.00 น. ที่สถานี CM35t และ CM36t ตามลำดับ ค่าความเข้มข้นเฉลี่ย 1 ชั่วโมง สูงสุดของก๊าซโอโซน มีค่าเท่ากับ 106 และ101 หนึ่งส่วนในพันล้านส่วน ซึ่งมีค่าเกินมาตรฐาน (100 หนึ่งส่วนในพันล้านส่วน) เกิดขึ้น 2 ครั้ง ที่สถานี CM35t และ 1 ครั้งที่สถานี CM36t โดยมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงค่าความเข้มข้นสูงสุดในรอบวัน เกิดในช่วงเวลาประมาณ 08.00-20.00 น. ค่าความเข้มข้นเฉลี่ย 24 ชั่วโมง สูงสุดของ ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน มีค่าเท่ากับ 207.54 และ 297.79 ไมโครกรัมต่อ ลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีค่าเกินมาตรฐาน (120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) โดยเกิดเป็น ระยะเวลายาวนานตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ …
สารประกอบอินทรีย์ระเหยในกรุงเทพมหานคร: ระดับความเข้มข้นการแพร่กระจายตามฤดูกาล และแหล่งที่มาที่สำคัญ, พรรณวดี สุวัฒิกะ, วงศ์พันธ์ ลิมปเสนีย์
สารประกอบอินทรีย์ระเหยในกรุงเทพมหานคร: ระดับความเข้มข้นการแพร่กระจายตามฤดูกาล และแหล่งที่มาที่สำคัญ, พรรณวดี สุวัฒิกะ, วงศ์พันธ์ ลิมปเสนีย์
Applied Environmental Research
สารประกอบอินทรีย์ระเหย (Volatile Organic Compounds) มีบทบาทสำคัญในการเป็นสารตั้งต้นของโอโซนซึ่งเป็นมลพิษ อากาศที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ มีผลต่อการทำงานของปอด เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคปอดอักเสบเรื้อรัง และตัวสารประกอบอินทรีย์ระเหยแต่ละชนิดยัง เป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อหาสัดส่วนแหล่งที่มาของ สารประกอบอินทรีย์ระเหยในบรรยากาศ กรุงเทพมหานคร การศึกษาประกอบด้วย 1) การตรวจวัดความเข้มข้นของสารประกอบอินทรีย์ระเหยในบรรยากาศกรุงเทพมหานคร 4 จุด ในช่วงกรกฎาคม 2546 ถึง กุมภาพันธ์ 2547 2) การจัดทำองค์ประกอบสารประกอบอินทรีย์ระเหยจากแหล่งกำเนิดต่างๆ และ 3) นำข้อมูลทั้งสองส่วนมาใช้ในแบบจำลองแหล่งรับเพื่อคำนวณสัดส่วนแหล่งที่มาของสารประกอบอินทรีย์ระเหยในกรุงเทพมหานคร ผลการศึกษาพบว่า ความเข้มข้นของสารประกอบอินทรีย์ระเหยรวมในฤดูลม มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ หรือช่วงฤดูฝนมีค่าเฉลี่ยระหว่าง 666.5-972.6 ppbC สูงกว่า ในฤดูลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ หรือฤดูแล้ง ซึ่งมีค่าเฉลี่ยระหว่าง 128.6-400.0 ppbC ผลจากแบบจำลองแหล่งรับ พบว่าสารประกอบอินทรีย์ระเหยในบรรยากาศกรุงเทพมหานคร ในฤดูลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีสัดส่วนแหล่งที่มาจากหม้อไอน้ำ ที่ใช้น้ำมันเตา 22% ไอเสียรถยนต์เบนซิน 21% การเผาชีวมวล 19% ไอระเหยน้ำมันเบนซิน 12% ไอระเหยจากสีน้ำมันและทินเนอร์ 8% ไอเสียรถดีเซล 5% ก๊าซจากกองขยะ 4% ควันจากการปิ้งย่างอาหาร 2% และเป็นแหล่งกำเนิดที่จำแนกไม่ได้ 7% ส่วนในฤดูลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าแหล่งกำเนิดที่สำคัญได้แก่ ไอเสียรถยนต์เบนซิน 50% ไอระเหยน้ำมันเบนซินและก๊าซจากกองขยะแหล่งละ 12% ไอเสียรถดีเซล 6% ควันจากการปิ้งย่างอาหาร 5% ไอระเหยจากสีน้ำมันและทินเนอร์ 3% หม้อไอน้ำที่ใช้น้ำมันเตา 2% และเป็นแหล่งกำเนิดที่จำแนกไม่ได้ 10%
คุณภาพอากาศ ระดับเสียง และขีดความสามารถในการรองรับได้บนเกาะช้าง, อรุณศักดิ์ โสภณธรรมภาณ, ทวีวงศ์ ศรีบุรี, ทรรศนีย์ พฤกษาสิทธิ์
คุณภาพอากาศ ระดับเสียง และขีดความสามารถในการรองรับได้บนเกาะช้าง, อรุณศักดิ์ โสภณธรรมภาณ, ทวีวงศ์ ศรีบุรี, ทรรศนีย์ พฤกษาสิทธิ์
Applied Environmental Research
เกาะช้าง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติที่มีศักยภาพสูง มีนักท่องเที่ยวตลอดปีอีกทั้งมีความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ และมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ ทำให้การพัฒนาเป็นไปอย่างรวดเร็ว จึงควรเฝ้าระวังปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเป็นระยะ ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศพบว่า ช่วงการท่องเที่ยวน้อย มลสารที่สูงเกินมาตรฐาน คือฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน วิเคราะห์เป็นดัชนีคุณภาพอากาศเท่ากับ 108 เนื่องจากมีการก่อสร้างมาก สำหรับช่วงการท่องเที่ยวมาก ไม่มีค่าใดเกินมาตรฐาน เพราะถูกระงับการก่อสร้างเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว
ผลการวิเคราะห์ระดับเสียงเฉลี่ยในเวลา 24 ชั่วโมง จำนวน 3 สถานีในช่วงการท่องเที่ยวน้อยคือ หาดทรายขาว 66.8 เดซิเบล ชุมชนบางเบ้า 59.9 เดซิเบล และชุมชนสลักเพชร 56.6 เดซิเบล และระดับเสียงเฉลี่ยในเวลา 24 ชั่วโมงในช่วงการท่องเที่ยวมากของหาดทรายขาวคือ 65.7 เดซิเบล ชุมชนบางเบา 61.9 เดซิเบล และชุมชนสลักเพชร 52.3 เดซิเบล ซึ่งไม่มีสถานีใดที่ระดับเสียงเกินค่ามาตรฐาน
ผลการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนพบว่า คุณภาพอากาศบริเวณ ชายหาดอยู่ในเกณฑ์ดีมาก บริเวณถนนอยู่ในเกณฑ์ดีและปานกลาง ยอมรับได้รอยละ 95 ระดับเสียงบริเวณชายหาดไม่ดังรบกวน แต่บริเวณถนนร้อยละ 33 คิดว่าระดับเลียงดังแต่ก็ยอมรับได้ร้อยละ 90 ส่วนชุมชนบางเบา และชุมชนสลักเพชรประชาชนส่วนใหญ่คิดว่าระดับเลียงไม่ดัง เมื่อนำผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศ ระดับเสียง และผลการสอบถามมาวิเคราะห์ขีดความสามารถในการรองรับได้พบว่า เกาะช้างยังไม่เกินขีดความสามารถในการรองรับได้
แนวทางในการจัดการปัญหาและลดระดับผลกระทบให้แหล่งท่องเที่ยวไม่เกินขีดความสามารถในการรองรับ ได้แก่ กำหนดให้รถบรรทุกคลุมผ้าใบขณะขนส่ง การก่อสร้างอาคารต้องมีอุปกรณ์ป้องกันฝุ่น ลดปริมาณการนำรถยนต์ขึ้นเกาะ และ พัฒนาระบบการขนล่งสาธารณะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
การกำจัดโครเมียมโดยใช้พืชน้ำ, พิสมัย ชัยรัตน์อุทัย, พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
การกำจัดโครเมียมโดยใช้พืชน้ำ, พิสมัย ชัยรัตน์อุทัย, พันธวัศ สัมพันธ์พานิช
Applied Environmental Research
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการกำจัดโครเมียมด้วยพืชน้ำได้แก่ จอก ผักแว่น และ สาหร่ายหางกระรอก โดยทำการปลูกพืชลงในกะละมังพลาสติกสีดำขนาด 68 นิ้ว กะละมังละ 12 ต้น และเติมน้ำเสียสังเคราะห์ที่เตรียมจากโพแทสเซียมไดโครเมต โดยมีความเข้มข้นของโครเมียมที่ใช้คือ 5, 10 และ 15 มิลลิกรัมต่อลิตร และมีชุดควบคุม (ทำเช่นเดียวกันแต่ไม่มีการเติมโครเมียม) ระยะเวลาในการทดลอง 7, 15, 21 และ 30 วัน โดยทำการศึกษาหาปริมาณโครเมียมทั้งหมด ด้วยวิธีการย่อยสลายด้วยกรดโดยใช้ไมโครเวฟ แล้วนำไปวัดด้วยเครื่องอะตอมมิกแอบซอร์บชั่นสเปคโตรโฟโตมิเตอร์ และ หาปริมาณโครเมียมเฮกซะวาเลนท์ ด้วยวิธีย่อยสลายด้วยสภาวะเบส แล้วนำไปวัดความเข้มขันของสีด้วยเครื่องสเปคโตรโฟโตมิเตอร์ จากผลการทดลองพบว่า สาหร่ายหางกระรอก และผักแว่น ที่โครเมียมระดับความเข้มข้น 15 มิลลิกรัมต่อลิตร มีอัตราการรอดตายเท่ากับ 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่จอกมีเปอร์เซ็นต์การรอดตายเท่ากับ 66.67 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ การสะสมโครเมียม ทั้งหมดในพืชน้ำทั้ง 3 ชนิด ที่ระยะเวลา 21 วันพบว่า จอก ดีที่สุด รองลงมาคือ สาหร่ายหางกระรอก และผักแว่น ตามลำดับ โดยมี ปริมาณการสะสมโครเมียมเท่ากับ 5.991, 0.548 และ 1.317 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักแห้ง ตามลำดับ ที่ระดับความเข้มข้น โครเมียม 15 มิลลิกรัมต่อลิตร สำหรับปริมาณโครเมียมเฮกซะวาเลนท์พบว่า จอก สามารถสะสมโครเมียมได้มากกว่าผักแว่น และสาหร่ายหางกระรอก โดยที่ระยะเวลา 30 วัน ปริมาณโครเมียมเฮกซะวาเลนท์ เท่ากับ 0.807, 0.405 และ 0.253 มิลลิกรัม ต่อกิโลกรัมน่าหนักแห้ง ตามลำดับ ที่ระดับ ความเข้มข้น 15 มิลลิกรัมต่อลิตร
ผลการเพิ่มช่วงห่างความถี่การล้างเมมเบรนที่มีต่อการเกิดฟาวลิง ของนาโนฟิลเตรชันเมมเบรนในการผลิตน้ำประปาระยะยาว, ธนากร เมธาธรรม, ชวลิต รัตนธรรมสกุล
ผลการเพิ่มช่วงห่างความถี่การล้างเมมเบรนที่มีต่อการเกิดฟาวลิง ของนาโนฟิลเตรชันเมมเบรนในการผลิตน้ำประปาระยะยาว, ธนากร เมธาธรรม, ชวลิต รัตนธรรมสกุล
Applied Environmental Research
การเกิดฟาวลิง ส่งผลต่อประสิทธิภาพ ของระบบนาโนฟิลเตรชันเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ต้องมีการล้างเพื่อฟื้นฟูประสิทธิภาพเมมเบรน งานวิจัยนี้ศึกษาถึงผลของการเพิ่มช่วงห่างของความถี่การล้างเมมเบรนต่อการ เกิดฟาวลิง และประสิทธิภาพการกำจัด มลสาร ของระบบนาโนฟิลเตรชันในการ ผลิตน้ำประปาระยะยาว โดยใช้น้ำที่ผ่านจากกระบวนการกรองทรายเป็นน้ำเข้าระบบ และมีระบบไมโครฟิลเตรชันเป็นระบบบำบัดขั้นต้น โดยทำการทดลองในระดับ Pilot-Scale ผลการทดลองพบว่า การเพิ่มขึ้นของช่วงห่างการล้างเมมเบรนในรูปการลดลงของฟลักซ์ 30, 40 และ 45 เปอร์เซ็นต์จากค่าเริ่มต้นส่งผลต่อประสิทธิภาพในการ กำจัดมลสารที่ใกล้เคียงกัน โดยมีค่าอยู่ใน ช่วง 80-100 เปอร์เซ็นต์ แต่ส่งผลต่อความ เด่นชัดของกลไกการเกิดฟาวลิงที่ต่างกัน คือ Cake Formation สำหรับช่วงห่างการล้าง เมมเบรนทุกๆ การลดลงของฟลักซ์จากค่าเริ่มต้น 30 และ 40 เปอร์เซ็นต์ และ Pore Blockage สำหรับช่วงห่างการล้างเมมเบรนทุกๆ การลดลงของฟลักซ์จากค่าเริ่มต้น 45 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ทราบว่ากลไกการเกิดฟาวลิงเริ่มจาก Membrane Limited ต่อด้วย Cake Formation และเข้าสู่ Pore Blockage ในขั้นสุดท้าย ซึ่งแสดงถึงการเริ่มเสื่อมสภาพของเมมเบรน โดยค่า NFI จะเป็นสิ่งที่พัฒนาจากการทดลองเพื่อใช้ชี้ถึง กลไกฟาวลิงที่เกิดขึ้น ซึ่งมีค่าน้อยกว่า 0.6 สำหรับ Pore Blockage และมากกว่า 0.6 สำหรับ Cake Formation ซึ่งช่วงห่าง การล้างเมมเบรนที่เหมาะสมคือล้างก่อน การลดลงของฟลักซ์ 40 เปอร์เซ็นต์จากค่าเริ่มต้น เพราะมีกลไกแบบ Cake Formation เด่นชัด ซึ่งสามารถฟื้นคืนประสิทธิภาพได้ดีที่สุด
Awareness Project For Young Children To Encourage Social Harmony, Appreciation Of The Local Environment, Utilization Of Natural Resources And Environmental Sustainability, Sulak Sriburi, Ariyaporn Kuroda
Awareness Project For Young Children To Encourage Social Harmony, Appreciation Of The Local Environment, Utilization Of Natural Resources And Environmental Sustainability, Sulak Sriburi, Ariyaporn Kuroda
Applied Environmental Research
The purposes of this research were to propose and develop models of children’s awareness in order to encourage social harmony, appreciation of the local environment, pride for art and culture, the dissemination of Esan local wisdom and facilitation of planning in the use and preservation of natural resources. The results of the study and the proposed models are tactics for encouraging ideas and inculcating attitudes and values to children who are future adults. Through an awareness of current problems and consequences of destruction of natural resources the future quality and sustainability of village life will be ensured. Temples had a …
Linking Sustainability Performance To Stock Resilience During And After Covid-19 Crisis: Evidence From Southeast Asia, Khalilul Rahman, Retnosari Retnosari, Sanda Patrisia Komalasari, Muhammad Wafiq
Linking Sustainability Performance To Stock Resilience During And After Covid-19 Crisis: Evidence From Southeast Asia, Khalilul Rahman, Retnosari Retnosari, Sanda Patrisia Komalasari, Muhammad Wafiq
Jurnal Akuntansi dan Keuangan Indonesia
Background: The COVID-19 pandemic severely disrupted markets. While sustainability performance measured by ESG scores theoretically buffers against shocks, its efficacy in emerging markets with nascent sustainability frameworks remains underexplored. Method: We analyze a balanced panel of 1,395 observations from 279 non-financial Southeast Asian firms (2020–2024). Using OLS, lagged, and fixed effects models, we compare the impact of sustainability performance on stock resilience during the 2020–2022 and post-pandemic (2023–2024) periods. Findings: Sustainability performance (ESG scores) significantly enhanced stock resilience during the pandemic. However, this protective effect dissipated post-pandemic. Results confirm a statistically significant improvement in overall resilience following the crisis, as …
The Role Of Environmental Awareness In Green Technological Usage: A Mediation Of Sustainable Green Practices In The Manufacturing Sector, Joel Mark P. Rodriguez
The Role Of Environmental Awareness In Green Technological Usage: A Mediation Of Sustainable Green Practices In The Manufacturing Sector, Joel Mark P. Rodriguez
The South East Asian Journal of Management
Research Aims: This study investigates environmental awareness, sustainable green activities, and green technology adoption in the manufacturing industry, with special attention being paid to the role of sustainable green activities in the mediating effect of environmental awareness on green technology adoption.
Design/Methodology/Approach: A quantitative cross-sectional design was applied in the study based on the use of data gathered from 350 employees/managers from five manufacturing companies in the CALABARZON area of the Philippines. The analysis was conducted using SEM with WarpPLS 8.0 software, while the mediator effects were studied using the bootstrapping technique.
Research Findings: Environmental awareness significantly impacts sustainable …
Climate Migration And Reparations: Reflections On The Icj Advisory Opinion On Climate Change, Carmen G. Gonzalez
Climate Migration And Reparations: Reflections On The Icj Advisory Opinion On Climate Change, Carmen G. Gonzalez
Pace Environmental Law Review
Climate mobility governance is at an inflection point. Major developments, such as the International Court of Justice (ICJ) Advisory Opinion on climate change, are opening legal pathways to climate reparations and reshaping global policy debates on climate-induced migration. Climate-vulnerable states and peoples are calling for reparations for the intertwined injustices of slavery, colonialism and climate change and for legal frameworks that recognize the right to stay and the right to migrate based on the right to self-determination. This article examines the legal and ethical basis for reparative approaches to climate-induced migration. The article discusses the link between climate change and …
Combined Effects Of Postdistillation Residue Blends From Medicinal Plants On In Vitro Ruminal Microorganisms, Enzymes, Nitrogen And Energy Efficiency, And Antioxidant Status, Mojtaba Akbari Shooshood, Javad Rezaei, Mahdi Ayyari, Yousef Rouzbehan
Combined Effects Of Postdistillation Residue Blends From Medicinal Plants On In Vitro Ruminal Microorganisms, Enzymes, Nitrogen And Energy Efficiency, And Antioxidant Status, Mojtaba Akbari Shooshood, Javad Rezaei, Mahdi Ayyari, Yousef Rouzbehan
Turkish Journal of Veterinary & Animal Sciences
In this study, the combined effects of postdistillation residue blends, including pomace, wastewater, and their mixture, derived from rosemary (RO), fennel (FE), spearmint (SP), and rose (ROS), on in vitro microbial populations, enzymatic activities, fermentation, and antioxidant status were evaluated using the gas production technique. The three phytobiotic blends were MP (mixed pomace of RO, FE, SP, and ROS; 1:1:1:1 ratio), MW (mixed wastewater of RO, FE, SP, and ROS; 1:1:1:1 ratio), and MPW (mixed pomace–wastewater of MP and MW; 1:1 ratio). Each blend was used at 2% and 3% of diet dry matter (DM). The experimental diets were as …
Spatial Distribution And Ecological Implications Of Phenolic And Chlorinated Pesticides In The Drainage Systems Of Alexandria, Egypt, Manal G. Mahmoud, Mohamed Amer, Laila A. Mohamed, Tarek O. Said
Spatial Distribution And Ecological Implications Of Phenolic And Chlorinated Pesticides In The Drainage Systems Of Alexandria, Egypt, Manal G. Mahmoud, Mohamed Amer, Laila A. Mohamed, Tarek O. Said
Blue Economy
Anthropogenic activities contribute substantially to the release of toxic organic contaminants into aquatic environments. In the present study, selected organochlorine pesticides (OCPs) and phenolic compounds were investigated in twelve hotspot drainage systems in Alexandria, Egypt. The abundance of organochlorine pesticides across the investigated sites followed the sequence ∑HCHs > ∑CDs > ∑DDTs. Total HCH concentrations ranged from non-detectable levels to 84.0 ng L⁻¹, with an overall mean of 24.1 ng L⁻¹. Concentrations of cyclodiene pesticides (CDs) varied from below the detection limit to 18.52 ng L⁻¹ and averaged 9.36 ng L⁻¹. Meanwhile, total DDT levels ranged from
Phenolic compounds, including phenol, dichlorophenol, …
Have You Done Your Duty? Impact Of Direct Mailing Campaign On Septic System Owners' Maintenance Knowledge And Behaviors In Coastal Texas Watersheds, Audrey Mccrary, T. Allen Berthold
Have You Done Your Duty? Impact Of Direct Mailing Campaign On Septic System Owners' Maintenance Knowledge And Behaviors In Coastal Texas Watersheds, Audrey Mccrary, T. Allen Berthold
Journal of Extension
As part of a watershed protection plan, the Texas Water Resources Institute and AgriLife Extension Service developed and distributed an educational postcard (``mailer'') about septic system maintenance to mailing addresses outside of public sewer service areas. The mailer was distributed four times within 1 year. The impact of this mailer was evaluated with a retrospective pre/post-test within a mailed survey. Overall, the mailer was effective at increasing knowledge of septic system owners and prompting maintenance action. Mailers can be a cost-effective alternative for educational initiatives where the target audience is not able to or interested in in-person or online programs.
Climate Change Mitigation And Forest Conservation: A Sdg-Aligned Framework For Malaysia, Hui Nee Au Yong, Chuan Chew Foo, Maryam Kalhoro, Irfan Rashdi
Climate Change Mitigation And Forest Conservation: A Sdg-Aligned Framework For Malaysia, Hui Nee Au Yong, Chuan Chew Foo, Maryam Kalhoro, Irfan Rashdi
Journal of Environmental Science and Sustainable Development
Climate change and biodiversity loss are interlinked global crises that require integrated governance approaches, particularly in biodiversity-rich countries such as Malaysia. This study develops and empirically tests a climate biodiversity sustainable development goal (SDGs) nexus model that integrates forest governance, carbon sequestration, Indigenous Ecological Knowledge (IEK), and sustainable practices to explain climate mitigation and biodiversity conservation outcomes. Survey data were collected from 412 respondents across Peninsular Malaysia, Sabah, and Sarawak using Partial Least Squares Structural Equation Modelling (PLS-SEM) to test the hypothesised relationships. The analysis examines direct, mediating, and moderating relationships among governance, social, technological, and policy factors. Forest governance …
Strategies To Transform Natural Resource Extension With Inaturalist And Engage The Public In Biodiversity Conservation, Corey T Callaghan, Brittany M Mason
Strategies To Transform Natural Resource Extension With Inaturalist And Engage The Public In Biodiversity Conservation, Corey T Callaghan, Brittany M Mason
Journal of Extension
Participatory citizen science is an increasingly popular tool that provides nonformal education and learning activities. iNaturalist, a free, open-access, participatory citizen science platform, provides a place to engage the public in natural resource programming. Here, we explore practical applications for integrating iNaturalist into Extension programming. We highlight two approaches: (a) self-guided programming, where participants independently engage in biodiversity documentation and professionals contribute identifications, and (b) facilitated programming, which involves structured events and projects led by Extension professionals. We discuss the unique advantages of using iNaturalist in these contexts and offer recommendations for quantitatively measuring and reporting its impact in Extension …
Fairies Are Real, Leah R. Nath
Come Everywhere, Forever, Leah R. Nath
Economic Development And The Revitalization Of Small Town America: A Comparative Analysis Of Four Michigan Communities, Christopher J. Marco
Economic Development And The Revitalization Of Small Town America: A Comparative Analysis Of Four Michigan Communities, Christopher J. Marco
PNHA Review
This research article presents a comparative analysis of economic development efforts in four West Michigan communities: Grand Haven, Holland, Hudsonville, and Zeeland. These cities have developed economic development plans specifically targeting the revitalization of their downtowns and commercial districts. This paper discusses the history of each community, assesses their current economic development efforts, and frames them within a greater discussion of scholarship on economic development strategies in small and rural U.S. communities. It seeks to answer five core research questions and conducts a comparative analysis of the four towns employed as case studies for the paper. This comparative analysis assesses …
Editor-In-Chief's Note, Surekha K. Rao
Editor-In-Chief's Note, Surekha K. Rao
Midwest Social Sciences Journal
No abstract provided.
George C. Roberts Award Recipients
George C. Roberts Award Recipients
Midwest Social Sciences Journal
No abstract provided.
The Survival Of Sugar In Post-Emancipation British Guiana: East Indian Indentured Immigration And The Cheapening Of Labor, Wazir Mohamed
The Survival Of Sugar In Post-Emancipation British Guiana: East Indian Indentured Immigration And The Cheapening Of Labor, Wazir Mohamed
Midwest Social Sciences Journal
This Paper revisits the post-emancipation changes in the labor market of British Guiana. British Guiana, Mauritius, Trinidad and Tobago, Fiji, and several other locations were spaces where East Indian Indentured Immigrants from Idia became pivotal in the economy.[1] In the decade after emancipation (1838-1848), the rise of global free trade in sugar spurred by the equalization of duties in sugar factored in the search for a cheaper and the importation of a more pliable labor force to keep the wheels of sugar turning in British Guiana. With this background in mind this paper focuses on indentured immigration of East …